นวัตกรรมและเทคโนโลยี
บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว โดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ขององค์กร เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยบริษัทฯ มุ่งส่งเสริมการพัฒนาและต่อยอดแนวคิดใหม่ ๆ รวมถึงการประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการดำเนินธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ บริการ หรือโมเดลธุรกิจใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุนและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิผล ควบคู่กับการลดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่อาจเกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตและการให้บริการ
ทั้งนี้ บริษัทฯ นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ ที่ตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยคำนึงถึงการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน เพื่อลดผลกระทบเชิงลบตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ และส่งมอบคุณค่าต่อผู้มีส่วนได้เสีย นอกจากนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับสร้างนวัตกรรมเป็นวัฒนธรรมองค์กร และการพัฒนาร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสร้างคุณค่าร่วม (Shared Value) และโอกาสที่ธุรกิจใหม่ๆ การขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยีดังกล่าว ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ ความยืดหยุ่นขององค์กร (Business Resilience) และการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ตามกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ

นโยบายและแนวทางการบริหารจัดการ
บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตและการรักษาศักยภาพในการแข่งขันอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ และได้กำหนดเป็นหนึ่งในกรอบการพัฒนาความยั่งยืนของบริษัทฯ ภายใต้นโยบายการพัฒนาความยั่งยืนของบริษัทฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้มีเกิดการสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรม ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ การบริการ กระบวนการทำงาน ตลอดจนรูปแบบใหม่ๆ ในการดำเนินธุรกิจ จากการใช้เทคโนโลยีและงานวิจัยและพัฒนา (Research & Development) ที่เหมาะสม สนับสนุนการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งภายในองค์กร และหน่วยงานภายนอกองค์กรในการพัฒนานวัตกรรมอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงความยั่งยืนของสังคมและ สิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับบริษัท ทั้งนี้ แนวทางการบริหารจัดการด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของบริษัทฯ มีดังนี้
วิสัยทัศน์และแผนกลยุทธ์ขององค์กรต่อการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี (Vision & Strategic Roadmap)
บริษัทฯ มุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม Innovative Company จึงมีการกำหนดยุทธศาสตร์และแผนกลยุทธ์ด้านนวัตกรรม (Innovation Strategic Roadmap) พร้อมเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาว เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพขององค์กรในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่และนวัตกรรมให้อยู่กับองค์กรอย่างยั่งยืน มีการสนับสนุนทรัพยากรและงบประมาณด้วยความต่อเนื่อง และการบริหารด้านความรู้อย่างเป็นระบบ ก่อให้เกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กร และมีการนำแนวคิดด้านนวัตกรรมเข้าสู่การดำเนินงานของทุกภาคส่วน รวมไปถึงการพัฒนาและวิจัยผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ การส่งมอบคุณค่าและประโยชน์ต่อการพัฒนาความยั่งยืนในห่วงโซ่คุณค่าของบริษัทฯ
กลยุทธ์ 5 ด้านสู่การเป็น “องค์กรแห่งนวัตกรรม” (Innovative Company)
บริษัทฯ วางยุทธศาสตร์ด้านนวัตกรรม ผ่าน 5 แกนสำคัญ เพื่อผลักดันองค์กรสู่การเป็น “Innovative Company” ได้แก่
- การสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งนวัตกรรม (Innovative Company)
- ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม (Innovative Products)
- ผลิตภัณฑ์ใหม่ (New Product Developments)
- นวัตกรรมแบบเปิด (Open Innovation)
- การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation)

- Enable Innovation มุ่งผลักดันให้ Innovation เกิดขึ้นได้จริงในองค์กร โดยเริ่มจาก การสร้างระบบ สภาพแวดล้อม และกลไกที่เอื้อให้พนักงานและพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า คู่ค้า สถาบันการศึกษา หน่วยงานภายนอกภาครัฐ เครือข่ายนวัตกรรมระดับประเทศ เพื่อคิด ทดลอง และพัฒนานวัตกรรมให้เกิดขึ้นได้จริง เพื่อสร้างคุณค่าทางธุรกิจและความยั่งยืนให้กับองค์กร ภายใต้แนวคิดหลัก “ทำให้นวัตกรรมไม่ใช่เรื่องของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นความสามารถของทั้งองค์กร”
- Innovation Level Up เป็นการยกระดับขีดความสามารถด้านนวัตกรรมขององค์กร จากการปรับปรุงภายใน สู่การ สร้างกระบวนการ บริการ และโมเดลธุรกิจใหม่ (New Business Model) โดยผสาน เทคโนโลยีดิจิทัล เข้ากับนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ บริการ และความต้องการของลูกค้า เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ ความผูกพัน และยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า
บริษัทฯ อยู่ระหว่างศึกษาและนำแนวทางตามมาตรฐานสากลในเรื่อง Innovation management มาประยุกต์ใข้เป็นแนวทางในการจัดทำ รักษา และพัฒนาแนวปฏิบัติในการจัดการนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถก้าวไปสู่การเป็นองค์กรนวัตกรรมทั้งในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ บริการ กระบวนการ และรูปแบบธุรกิจใหม่ พร้อมให้การสนับสนุนในการเตรียมทรัพยากร ทั้งคน งบประมาณ เวลาและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้เกิดประสิทธิผลในการขับเคลื่อนด้านนวัตกรรมองค์กรต่อไปในระยะยาว
การกำกับดูแลนวัตกรรมและเทคโนโลยีขององค์กร (Corporate Innovation & Technology Governance)
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านองค์กร (Transition Strategy) เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน คณะกรรมการบริษัทได้วางโครงสร้างการกำกับดูแลผ่านคณะกรรมการชุดย่อยและคณะทำงานเฉพาะด้าน เพื่อให้มั่นใจว่าการบริหารจัดการนวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล
1) คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและพัฒนาอย่างยั่งยืน (Corporate Governance and Sustainability Committee) มีบทบาทหลักในการวางกรอบนโยบาย ส่งเสริมให้เกิดการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆที่มีประโยชน์ต่อบริษัทและต่อความยั่งยืน ส่งเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร ผลักดันให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ โดยเน้นให้เป็นมาตรฐานวัฒนธรรมขององค์กร รวมถึงการกำกับดูแลให้การสร้างสรรค์นวัตกรรมและการใช้เทคโนโลยีดิจิตัลมีความสอดคล้องกับจริยธรรมทางธุรกิจและหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
สำหรับการดำเนินการด้านนวัตกรรม ผู้ที่รับผิดชอบดูแลหลักในด้านนวัตกรรมขององค์กรคือ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ และรองกรรมการผู้อำนวยการอาวุโสด้าน Innovation & Sustainability เป็นผู้นำในการดำเนินการด้านนวัตกรรมองค์กร และแต่งตั้งตัวแทนพนักงานและผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าเป็นคณะทำงานขับเคลื่อนนวัตกรรมขององค์กร (Innovation Working Team) โดยมีฝ่าย Innovation เป็นผู้ประสานงานและขับเคลื่อนในการดำเนินกิจกรรมด้านนวัตกรรมขององค์กร ผ่าน KCG Innovation Contests ซึ่งเป็นงานประกวดนวัตกรรมประจำปี และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง
2) คณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Committee) มีบทบาทหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจโดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการสร้างนวัตกรรม (Enabler) วางแผนกลยุทธ์นำเทคโนโลยีมาใช้เปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) ซึ่งรวมถึงการใช้นวัตกรรมเพื่อสร้าง โมเดลธุรกิจใหม่ (New Business Models) กำกับดูแลการนำ IT มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือปรับปรุงกระบวนการทำงาน รวมถึงการกำกับดูแลความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) เพื่อให้นวัตกรรมทางดิจิทัลดำเนินไปได้อย่างปลอดภัย
สำหรับการขับเคลื่อนด้านเทคโนโลยี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อทำงานและจัดการด้านสารสนเทศและเทคโนโลยีดิจิทัล โดยมีผู้ที่รับผิดชอบดูแลหลัก คือรองกรรมการผู้อำนวยการด้าน Corporate Strategy และมีฝ่าย IT เป็นผู้ประสานงานและขับเคลื่อนในการดำเนินโครงการด้านสารสนเทศและเทคโนโลยีดิจิทัล
ทั้งนี้ แผนงานและโครงการสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนทั้งด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีต้องมีการติดตามรายงานความก้าวหน้า และผลการดำเนินการพิจารณาผ่านคณะกรรมการชุดย่อย เพื่อให้การบริหารนวัตกรรมองค์กรและเทคโนโลยีไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายทั้งนี้ กลยุทธ์ด้านการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการพัฒนานวัตกรรมองค์กรอย่างยั่งยืน
การสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งนวัตกรรม
มุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กรในด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการนำเทคโนโลยีมาใช้ทั่วทั้งองค์กร ที่ให้ความสำคัญต่อการนำนวัตกรรมยกระดับการดำเนินธุรกิจ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย คำนึงถึงผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมตามเป้าหมายความยั่งยืนของบริษัทฯ
บริษัทฯ มุ่งขับเคลื่อนนวัตกรรมเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร ภายใต้ “Data-driven, Innovative and Sustainable Culture” โดยมีกลไกดังนี้
- โครงการ KCG Innovation Contest เป็นการจัดการประกวดผลงานนวัตกรรมของพนักงาน โดยเปิดโอกาสให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมสามารถเสนอผลงานความคิดสร้างสรรค์ ได้เป็นประโยชน์สูงสุดทางธุรกิจกับองค์กรในการคิดค้นนวัตกรรมทั้งด้านผลิตภัณฑ์ใหม่ กระบวนการใหม่ การบริการใหม่ และโมเดลธุรกิจใหม่ เพื่อนำมาใช้เป็นประโยชน์ และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับองค์กร โครงการ KCG Innovation Contest นั้นได้ดำเนินการจัดโครงการอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน โดยโครงการนวัตกรรม แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่
- ประเภท Creator เป็นโครงการที่ยังเป็นความคิดริเริ่มยังไม่ได้นำไปปฏิบัติเพื่อเกิดประโยชน์กับองค์กรจริง
- ประเภท Innovation เป็นโครงการนวัตกรรมที่เริ่มดำเนินการปฏิบัติจริง เกิดมูลค่าเพิ่ม ผลประโยชน์กับองค์กรแล้ว
- การจัดทำโครงการพัฒนาปรับปรุงการทำงาน ได้แก่ โครงการ KCG Kaizen โครงการ Business Process Improvement เป็นต้น เป็นกิจกรรมเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่องในองค์กร ไอเดียการพัฒนา ปรับปรุงวิธีการทำงาน ช่วยลดความสูญเสีย ลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพ และแลกเปลี่ยนมุมมองการปรับปรุงงานระหว่างหน่วยงาน
- การสื่อสารและการฝึกอบรม เพื่อสร้างพื้นฐานที่ดีให้กับพนักงานทุกคน บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการพัฒนาความรู้และทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ และปลูกฝังแนวคิดในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการทำงานให้กับพนักงานทุกระดับทั่วทั้งองค์กร
การวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และผลิตภัณฑ์นวัตกรรม
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของลูกค้าและผู้บริโภคในอุตสาหกรรมอาหาร บริษัทฯ มีฝ่ายวิจัย พัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม (Research Development and Innovation) ทำหน้าที่รับผิดชอบหลักในการศึกษาวิจัย พัฒนา และปรับปรุงผลิตภัณฑ์อย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และการยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์เดิมให้มีคุณภาพและคุณค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การดำเนินงานของฝ่ายฯ มุ่งเน้นการนำข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า (Customer Insight) พฤติกรรมผู้บริโภค แนวโน้มตลาดอาหาร และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี มาผสานกับความเชี่ยวชาญด้านวัตถุดิบและกระบวนการผลิตของบริษัทฯ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในปัจจุบันและอนาคต
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สอดรับกับ แนวโน้มด้านความยั่งยืนของอุตสาหกรรมอาหาร อาทิ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ การปรับปรุงสูตรเพื่อลดน้ำตาล ไขมัน หรือโซเดียม การใช้วัตถุดิบและกระบวนการผลิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เป็นต้น และเพื่อผลักดันให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และการดำเนินการด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ บริษัทฯ จึงกำหนดตัวชี้วัดหลักขององค์กร (Corporate KPIs) โดยวัดผลจากทั้งความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ใหม่ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การเติบโตของบริษัท และจำนวนโครงการด้านนวัตกรรมที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับบริษัท โดยแบ่ง
- ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม (Innovative Products) บริษัทฯ มุ่งพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่เน้นสุขภาพ ความสะดวกรวดเร็วในการบริโภค รวมถึงเทรนด์ด้านความยั่งยืน ซึ่งจะรวมถึงผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและโภชนาการ
- ผลิตภัณฑ์ใหม่ (New Product Developments) สำหรับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ บริษัทฯ มีกระบวนในการพัฒนาสินค้าใหม่ที่เป็นระบบ มีการคัดกรองเป็นขั้นเป็นตอน (New Product Development Stage Gate) ที่ต้องผ่านตามเกณฑ์การประเมินทั้งด้านคุณภาพและการเงินที่กำหนดไว้ก่อนนำผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสู่ตลาด และมีการบริหารความเสี่ยงเพื่อลดปัญหาที่อาจทำให้เกิดความล่าช้า หรือปัจจัยที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ใหม่ไม่สำเร็จตามเป้าหมาย
บริษัทฯ ได้จัดตั้ง KCG Excellence Center เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และนวัตกรรม โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม (Dairy Products) ประกอบด้วย
- ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ที่มีความรู้และประสบการณ์ในผลิตภัณฑ์กลุ่ม Dairy
- การพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้าทั้ง B2B และ B2C
- การสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ร่วมกับลูกค้า เพื่อเพิ่มมูลค่าและโอกาสทางธุรกิจ
นอกจากนี้ KCG Excellence Center ยังมีห้องปฏิบัติการทดสอบด้านคุณภาพ (Quality Testing Laboratory) ที่ได้รับการรับรอง ISO/IEC 17025 คือ มาตรฐานสากลสำหรับห้องปฏิบัติการทดสอบและสอบเทียบ ที่ให้บริการทดสอบคุณภาพ ความปลอดภัย และคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพและความสม่ำเสมอของสินค้า และบริษัทฯ มีการแบ่งปันความรู้ (Knowledge Sharing) เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ ผลงานวิจัย และผลงานนวัตกรรมจากกิจกรรมต่าง ๆ ภายในองค์กร อาทิ ผลงานจาก KCG Innovation Contest และผลงานสร้างสรรค์ของพนักงาน การดำเนินงานดังกล่าวช่วยสนับสนุนให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรในเรื่องนวัตกรรมให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์นวัตกรรม และช่วยผลักดันให้องค์กรสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันใหม่ ๆ ได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
การยกระดับกระบวนการธุรกิจด้วยดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงและยกระดับกระบวนการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) มาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มความถูกต้องแม่นยำ ลดความซับซ้อนและข้อผิดพลาดในการทำงาน อันจะนำไปสู่การสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า และรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต
ในภาคการผลิต บริษัทฯ เร่งขับเคลื่อนการนำระบบอัตโนมัติ (Automation) มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพสินค้า ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืน นอกจากนี้ บริษัทฯ มุ่งเสริมสร้างบทบาทของพนักงานให้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล โดยส่งเสริมการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการปรับปรุงหรือยกระดับกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับบริบทของยุคดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บริษัทฯ จัดให้มีการฝึกอบรมและการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจในความสำคัญของ AI และ Digital Transformation ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า และการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว ทั้งนี้ การสร้างความเข้าใจดังกล่าวยังช่วยลดความกังวลและแรงต้านต่อการเปลี่ยนแปลง และส่งเสริมให้พนักงานสามารถปรับตัวและทำงานในรูปแบบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โครงการพัฒนาระบบ Automation ด้านบัญชีด้วยเทคโนโลยี AI OCR
บริษัทฯ ดำเนินโครงการพัฒนาระบบอัตโนมัติด้านบัญชี โดยนำเทคโนโลยี AI OCR มาใช้ในการแปลงข้อมูลจากเอกสารทางธุรกิจ อาทิ ใบกำกับภาษี ใบสั่งซื้อ ใบส่งของ ใบเสร็จรับเงิน และเอกสารด้านบัญชีอื่น ๆ ให้เป็นข้อมูลดิจิทัลที่พร้อมนำเข้าสู่ระบบ ERP โดยอัตโนมัติ ลดการพึ่งพาการบันทึกข้อมูลด้วยมือ ระบบดังกล่าวได้รับการออกแบบให้สามารถรองรับเอกสารที่มีรูปแบบหลากหลายโดยไม่จำเป็นต้องจัดทำ Template ล่วงหน้า สามารถประมวลผลข้อมูลได้อย่างแม่นยำทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พร้อมฟังก์ชันการจัดหมวดหมู่เอกสาร การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และการเชื่อมต่อผ่าน API กับระบบหลักขององค์กร
โครงการนี้ช่วยลดต้นทุนและภาระงานด้านการจัดการเอกสาร เพิ่มความถูกต้องและความพร้อมใช้งานของข้อมูลในกระบวนการบัญชี ส่งผลให้กระบวนการทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และรองรับการเติบโตขององค์กรในระยะยาวอย่างยั่งยืน
ผลการดำเนินงาน
KCG Innovation Contests 2024 - 2025
บริษัทฯ มีการดำเนินงานด้านการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีในองค์กร ในปี 2568 ดังนี้
ในปี 2568 บริษัทฯ จัดงานแข่งขัน KCG Innovation Contest 2024-2025 จัดภายใต้ธีม “Think Green, Think Digital, Innovation Beyond Tomorrow” ซึ่งจัดขึ้นในเดือนธันวาคม 2567 - มีนาคม 2568 โดยมีการเพิ่มเกณฑ์การตัดสินรางวัล อาทิ ประโยชน์ด้านความยั่งยืน การนำเทคโนโลยีมาใช้ในโครงการ และสมาชิกในโครงการต้องมาจากหลายหน่วยงานเป็น cross function เพื่อให้เกิดการบูรณาการด้านเทคโนโลยีเข้ากับการสร้างสรรค์ไอเดีย และการต่อยอดนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งการส่งเสริม “Teamwork” ซึ่งเป็นหนึ่งใน Core Value ขององค์กร
ในปี 2568 มีโครงการที่ส่งประกวด จำนวน 51 ผลงาน โดยแบ่งเป็นผลงานประเภท Innovation ที่สร้างมูลค่าเพิ่มและผลประโยชน์ให้กับองค์กร จำนวน 26 ผลงาน และผลงานประเภท Creator ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ จำนวน 25 ผลงาน และมีผู้เข้าร่วมงาน ทั้งหมด 480 คน ทั้งภายในงานและเข้าร่วมทางออนไลน์
ภาพบรรยากาศงานประกาศผล Final Day ของ KCG Innovation Contest 2024 - 2025

สำหรับการประกวด KCG Innovation Contest 2025-2026 จัดภายใต้ธีม “Data Dirven for Sustainable Innovation” ซึ่งมีการเปิดรับสมัครโครงการในเดือนธันวาคม 2568 ถึงกุมภาพันธ์ 2569 และจัดมีการตัดสินและประกาศผลการประกวดโครงการในเดือนมีนาคม 2569 โดยปีนี้มีการเพิ่มเกณฑ์การตัดสิน โดยพิจารณาประโยชน์ด้านความยั่งยืน และการนำข้อมูลในเรื่องความต้องการของลูกค้ามาใช้ในโครงการ เพื่อเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์กับการสร้างสรรค์ไอเดียและต่อยอดนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพ ตรงกับความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง รวมทั้งการให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม
ผลงานนวัตกรรมจากการประกวด KCG Innovation Contest ที่โดดเด่น
ทั้งนี้ จากการประกวด KCG Innovation 2024-2025 มี 6 โครงการที่มีความโดดเด่น ซึ่งเป็นโครงการที่เป็นการทำงานร่วมกันข้ามหน่วยงาน (Cross Function Projects) และสามารถต่อยอดจากผลงานสู่การสร้างประโยชน์มูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม และส่งเสริมความยั่งยืน ดังนี้
1. โครงการต่อยอดผลิตภัณฑ์ชีส 2 สไลซ์ แบรนด์ DAIRYGOLD
เป็นโครงการประเภท Product Innovation ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่คือ แดรี่โกลด์มอสซาเรลล่าผสมเชดด้า (Cheese Mixx) โดยความร่วมมือร่วมกันระหว่างฝ่ายวิจัย พัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม ฝ่ายการตลาด และฝ่ายผลิต นอกจากนี้ยังเปลี่ยนรูปแบบบรรจุภัณฑ์จากแนวนอนเป็นแนวตั้งเพื่อเพิ่มโอกาสในการขาย สร้างความโดดเด่นของสินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคและเพิ่มความสะดวกให้กับร้านค้าในการจัดวางสินค้ามากขึ้น การต่อยอดโครงการดังกล่าวสามารถสร้างรายได้อย่างมีนัยสำคัญให้กับบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง และยังเป็นตัวอย่างของการบูรณาการความร่วมมือภายในองค์กร รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจให้พนักงานในการสร้างสรรค์และพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน

2. โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ อิมพีเรียลบัตเตอร์เพรพพาเรชั่น (Imperial Butter Preparation)
เป็นโครงการประเภท Product Innovation เป็น Dairy Free Butter Oil หรือเนยเทียมที่พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่แพ้อาหารในกลุ่มของนม โดยบัตเตอร์เพรพพาเรชั่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกับเนยแท้และเนยผสม และยังมีเนื้อสัมผัส รสชาติ เหมาะกับการนำไปใช้งาน โดยเป็นความร่วมมือร่วมกันระหว่างฝ่ายวิจัย พัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม ฝ่ายขาย และฝ่ายผลิต

3. โครงการปรับปรุงการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักร
เพื่อลดความสูญเสียในการผลิตและเพิ่ม yield สินค้าให้มากขึ้นในไลน์การผลิตเนยถ้วย เป็นโครงการประเภท Process Innovation และยังเป็นผลงานที่มีการพัฒนาต่อยอดมาจากผลงานที่ชนะการประกวดใน KCG Innovation Contest 2023 โดยเป็นโปรเจคที่ร่วมมือร่วมกันระหว่างฝ่ายผลิต ฝ่ายวิศวกรรม ฝ่ายคุณภาพและฝ่ายวิจัย พัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม โดยสามารถช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบสินค้ากลุ่มสินค้าดังกล่าวได้ในปี 2568 มากกว่า 4.2 ล้านบาท

4. โครงการปรับปรุงกระบวนการผลิตสินค้า Cracker Cream สู่ระบบ Automations
เพื่อลด เป็นโครงการประเภท Process Innovation เป็นการปรับปรุงไลน์ Pack Cracker Cream 165g ให้เป็นรูปแบบกระบวนการทำงานแบบใหม่ ที่นำเครื่องจักรที่ถูกออกแบบเพื่อมาปรับใช้กับผลิตภัณฑ์ให้มีความเหมาะสมกับการทำงานมากขึ้น จากเดิมใช้คนหยิบขนมลงใส่ถาดเปลี่ยนมาใช้เครื่องจักรแทน ทำให้การไหลของกระบวนการทำงานทำได้อย่างต่อเนื่อง (Continuous Flow) พัฒนากระบวนการผลิตสู่ระบบ Automations มากขึ้นและพนักงานได้พัฒนาความรู้ ทักษะเทคโนโลยีใหม่ๆ พบว่าในปี 2568 สามารถผลิต Cracker Cream ได้รวดเร็วขึ้นเป็น 100 kg/hr และช่วยลดต้นทุนได้ 1.3 ล้านบาท

5. โครงการ PC Application
เป็นโครงการประเภท Service Innovation เป็นการนำ AI มาจัดระเบียบและแปลงข้อความรายงานสินค้าจากแชตไลน์ของพนักงาน PC (Product Consultant) ซึ่งเป็นพนักงานขายที่ปฏิบัติงานตามห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้าปลีก ให้เป็นฐานข้อมูลเชิงโครงสร้างโดยอัตโนมัติ จากนั้นใช้ Robotic Process Automation (RPA) แสดงผลบนแดชบอร์ดแบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยให้ทีมขายติดตามยอดขายและสถานะสต็อกในห้างได้รวดเร็ว แม่นยำ สามรถเติมสินค้าได้ทันท่วงที และในปัจจุบันทางบริษัทได้นำโปรเจคนี้มาพัฒนาต่อยอดเป็น PC Application โดยพัฒนาเว็บแอปสำหรับใช้งานอย่างเป็นระบบมากขึ้น โดยฝ่ายขาย-PC ทำหน้าที่บันทึกข้อมูล (input) และฝ่ายขายนำข้อมูลไปใช้ตัดสินใจ (output) ได้จริง ในระยะถัดไปจะขยายสู่พนักงาน PC สำหรับสินค้าฝากขาย (consignment goods) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการจัดการสต็อก ลดความผิดพลาด และสร้างมาตรฐานข้อมูลเดียวกันทั้งองค์กร

6.โครงการร่วมมือกับ Supplier ในการพัฒนาด้านบรรจุภัณฑ์
บริษัทฯ เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนควบคู่กับการสร้างคุณค่าด้านความยั่งยืน หนึ่งในโครงการสำคัญคือการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ Parchment สำหรับห่อเนยขนาด 1 กิโลกรัม ซึ่งเดิมจัดหาจากต่างประเทศแต่มีข้อจำกัดด้านความยืดหยุ่นในการขนส่ง ทำให้ในปี 2567 บริษัทฯ ได้เริ่มหาผู้ผลิตภายในประเทศที่มีศักยภาพ ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานมีความคล่องตัวมากขึ้นและลดความเสี่ยงจากการนำเข้า ต่อเนื่องในปี 2568 บริษัทฯ ค้นหาวัสดุทดแทนที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นจากผู้ผลิตภายในประเทศ ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเชิงต้นทุนแล้ว ยังสนับสนุนการลดของเสีย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการขนส่ง และยกระดับความคล่องตัวในกระบวนการจัดซื้อ การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงการบูรณาการแนวคิดความยั่งยืนสู่การปฏิบัติจริง เพื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ลดต้นทุนได้ประมาณ 7 ล้านบาทในปี 2568

การต่อยอดและสนับสนุนโครงการนวัตกรรมที่เกิดประโยชน์และชื่อเสียงให้กับบริษัท
ในปี 2568 บริษัทฯ ได้นำผลงานจากโครงการนวัตกรรมมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับบริษัทอย่างเป็นรูปธรรม และยังเป็นการส่งเสริมและพัฒนาพนักงานในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่เพื่อนำมาสู่การปฏิบัติจริง โดยมีโครงการที่ก่อให้เกิดประโยชน์และสร้างชื่อเสียงให้กับบริษัทฯ ดังนี้
1) โครงการพาเลทคืนชีพ
เป็นการพัฒนานวัตกรรมด้านโลจิสติกส์ที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมอาหารและซัพพลายเชน ผ่านการออกแบบพาเลทพลาสติกเกรดเฉพาะสำหรับอาหาร (Customized Food-Grade Pallet) ที่มีความปลอดภัยตามมาตรฐานอาหาร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่ง ระบบจัดเก็บและหยิบสินค้าแบบกึ่งอัตโนมัติ (Shuttle Pallet System) ลดความเสียหายในคลังสินค้า และยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการโลจิสติกส์โดยรวม พาเลทดังกล่าวได้รับการออกแบบให้สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ 100% เพื่อสนับสนุนโครงการด้านสิ่งแวดล้อม (Green Projects) และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ขององค์กร พร้อมทั้งสร้างโอกาสทางรายได้และการต่อยอดทางธุรกิจให้แก่คู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน
ทั้งนี้ โครงการพาเลทคืนชีพเป็นนวัตกรรมแบบเปิด (Open Innovation) ที่พัฒนาร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ ส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับรางวัล Commended Supply Chain Management Awards 2025 ในกลุ่ม Sustainability Excellence จากงาน SET Awards 2025 ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยร่วมกับวารสารการเงินธนาคาร และยังเป็นการวางรากฐานมาตรฐานพาเลทที่ยั่งยืนสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งสามารถนำกลับมาใช้และรีไซเคิลได้ในวงกว้างต่อไป
2) โครงการนวัตกรรมด้านการพัฒนาด้านการบริการการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งจากส่วนกลางต่อเนื่อง ระยะที่ 4
เป็นโครงการนวัตกรรมจากการประกวด KCG Innovation Contest ปี 2565 - 2568 ที่ต่อยอดมาสู่การทำงานจริง และสามารถลดปริมาณการสร้างก๊าซเรือนกระจก โดยโครงการนี้ใช้การปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการเส้นทางการขนส่งในเส้นทางเดียวกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งต่อรอบ การปรับเปลี่ยนเวลาในการขนส่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และง่ายต่อการติดตามของลูกค้า ซึ่งเป็นโครงการที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องหลังจากที่ประสบความสำเร็จในการลดระยะทางและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่งสินค้าให้กับจังหวัดที่มีศักยภาพรองรับลูกค้าสูง จนได้รับรางวัล Innovation Award 2022 ของบริษัท
ในปี 2566 - 2568 ได้ดำเนินการปรับปรุงต่อเนื่องให้ครอบคลุมภูมิภาคอื่นมากขึ้น และเพิ่มการใช้วิธี Cross Docking ทั้งในสินค้า Ambient Product และ Frozen product และมุ่งผลทางด้านความยั่งยืนควบคู่ไปด้วย ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการ สามารถส่งมอบสินค้าตรงต่อความต้องการของลูกค้า ลดระยะทางในการขนส่งลง 3 เท่า เพิ่มน้ำหนักในการขนส่ง และลดค่าขนส่งต่อยอดขายสินค้าภายใต้โครงการดังกล่าวลดลง 9%
นอกจากนี้ ยังทำให้มีพื้นที่การจัดเก็บของศูนย์กระจายสินค้าเพิ่มขึ้นสามารถรองรับการขยายธุรกิจและยอดขายได้เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกัน ยังมีประโยชน์ด้านความยั่งยืน ได้แก่ การลดปริมาณการสร้างก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการการเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการปฏิบัติงานที่ซ้ำซ้อน และใช้เวลาในการขนส่งซึ่งทำให้พนักงานใช้เวลาในการทำงานลดลง เป็นต้น
โครงการ KCG Kaizen
บริษัทฯ ได้จัดโครงการ KCG Kaizen ในระหว่างเดือนสิงหาคม - ตุลาคม 2568 โดยมีการจัดอบรมหลักสูตร “พื้นฐาน Kaizen” เพื่อส่งเสริมแนวคิดการปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement) ให้กับพนักงานทุกระดับ ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้และแรงบันดาลใจให้พนักงานทุกท่านนำ Kaizen ไปปรับปรุงการทำงานในงานประจำวัน เพื่อสร้างสรรค์วิธีการทำงานที่ดียิ่งขึ้น และได้จัดการประกวดผลงานโครงการ KCG Kaizen โดยเปิดโอกาสให้พนักงานนำเสนอผลงานและไอเดียในการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และนำไปปฏิบัติได้จริง โดยมีจำนวนผลงานที่ส่งทั้งหมด 57 ผลงาน จาก 11 หน่วยงาน

การยกระดับกระบวนการธุรกิจด้วยดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์
เพื่อให้การผลักดันการขับเคลื่อนสู่เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นไปอย่างมีประสิทธิผล บริษัทฯ ได้ส่งเสริมและสนับสนุนในการพัฒนาทักษะและความรู้ความเข้าใจด้านเทคโนโลยีสำหรับกลุ่มผู้บริหารและตัวแทนหน่วยงาน ดังนี้

โครงการนวัตกรรมด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
ซึ่งเป็นโครงการปรับรูปแบบของผลิตภัณฑ์ให้ มีความเหมาะสม มีความสะดวกในการบริโภค รูปแบบทันสมัยและตอบโจทย์กับพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ และยอดขายสินค้าให้กับบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน ในปี 2568 กลุ่มสินค้าจากนวัตกรรมด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่สามารถสร้างยอดขายให้กับบริษัทฯ ประมาณ 396.4 ล้านบาท โดยมีตัวอย่างโครงการที่สำคัญ อาทิเช่น
- แดรี่โกลด์ มิลคานา ชีส โลลี
บริษัทฯ มีการพัฒนาต่อยอดสินค้า กลุ่มแดรี่ในรูปแบบสแน็ค ผลิตภัณฑ์ชีสพร้อมทาน โดยการสร้างสีสันด้วยการนำเสนอแพ็กเกจสินค้าที่มีสีสันสดใสเหมาะสำหรับเด็กที่เป็นกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย มี 2 รสชาติ มิลค์กี้ ไอศกรีมและฟรุต ฮาร์ท สตรอเบอร์รี ที่พัฒนามากับแคแร็กเตอร์ไลเซนส์ชีสโลลี ขนมที่เป็นมากกว่าขนม เพราะมีแคลเซียม วิตามินเอ และวิตามินดี และวางแผนขยายตลาดไปยังกลุ่มวัยรุ่น

- ชีสสไลซ์แดรี่โกลด์ 2 สไลซ์
สินค้าชีสสไลซ์ / สไลซ์ในซอง ขายในราคา 19 บาท ตามช่องทางร้านสะดวกซื้อ ซึ่งเป็นราคาที่ผู้บริโภคจับต้องได้ ปริมาณเหมาะกับไลฟสไตล์ สามารถทานร่วมกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตามกระแสอาหารเกาหลีของกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายกลุ่มวัยรุ่นยุคใหม่ จากผลงานดังกล่าวทำให้ผลิตภัณฑ์ชีส / สไลซ์แดรี่โกลด์ ได้รับผลตอบรับอย่างดีและสามารถสร้างยอดขายให้กับบริษัทได้อย่างต่อเนื่อง และในปี 2568 ฝ่ายการตลาด และฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ร่วมกันพัฒนารสชาติใหม่และเปลี่ยนรูปแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อให้ง่ายต่อลูกค้าในการหยิบสินค้า และยังเพิ่มพื้นที่ในการจัดวางสินค้าบนชั้นวางในร้านสะดวกซื้อได้มากขึ้น

- ผลิตภัณฑ์อิมพีเรียลคุกกี้เดนมาร์ก สูตรลดน้ำตาล
บริษัทฯ นำความคิดเห็นและความต้องการของลูกค้าและผู้บริโภคเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์บิสกิตและคุกกี้ที่ใส่ใจสุขภาพมาเป็นข้อมูลสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยฝ่ายการตลาดและฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ร่วมกันดำเนินการวิจัยและพัฒนาสูตรใหม่ คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพอย่างพิถีพิถัน ควบคู่กับการออกแบบสูตรที่คำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ
ผลจากการพัฒนาดังกล่าว ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ อิมพีเรียลคุกกี้เดนมาร์ก สูตรลดน้ำตาล ซึ่งสามารถลดปริมาณน้ำตาลลง ร้อยละ 35 ภายใต้แนวคิด “น้ำตาลน้อย อร่อยเหมือนเดิม” โดยยังคงรสชาติและเอกลักษณ์ของอิมพีเรียลคุกกี้เดนมาร์กที่ผู้บริโภคคุ้นเคย
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ปรับรูปแบบบรรจุภัณฑ์เป็นโทนสีฟ้าอ่อน เพื่อสื่อถึงผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจสุขภาพ สร้างความแตกต่างจากบรรจุภัณฑ์สีแดงของผลิตภัณฑ์สูตรดั้งเดิม ขณะเดียวกันยังคงอัตลักษณ์ของแบรนด์อิมพีเรียลคุกกี้เดนมาร์กไว้อย่างชัดเจน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค และสนับสนุนการบริโภคอย่างสมดุลและยั่งยืน

- Imperial Gold Selection
เป็นการปรับรูปลักษณ์คุกกี้อิมพีเรียล จากคุกกี้กระป๋องแดงที่เป็นภาพจดจำ ให้มีรูปแบบที่มีความโมเดิร์นและพรีเมียมเข้ากับยุคสมัย โดยชูจุดแข็งเรื่องคุกกี้ เนยและวัตถุดิบพรีเมียมที่คัดสรรและนำเข้ามาจากประเทศต่างๆ รังสรรค์มาในคุกกี้หลายหลากรสชาติและสไตล์ ภายใต้คอนเซป “ความอร่อยใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์...ให้คุณหลงรักในทุกคำ” โดยมุ่งขยายกลุ่มฐานลูกค้าที่เป็นกลุ่มวัยรุ่น ดูเหมาะแก่การซื้อมาบริโภค หรือมอบให้เป็นของขวัญในทุกโอกาสพิเศษตลอดทั้งปี ไม่เจาะจงเฉพาะช่วงเทศกาล โดยในปี 2568 ได้ออกรสชาติใหม่ รสคาราเมลไวทช็อกและ รสมัทฉะไวทช็อก ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างดี

การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและโภชนาการ
บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ภายใต้กลยุทธ์และแนวคิด Longevity & Wellness ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนในทุกช่วงวัย ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคตลอดห่วงโซ่คุณค่า บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ด้านสุขภาพและโภชนาการอย่างเหมาะสม โดยมุ่งเน้นกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพ กลุ่มที่ต้องการเสริมสารอาหารเฉพาะด้าน กลุ่มเด็กและเยาวชน กลุ่มผู้สูงอายุ รวมถึงผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันเพื่อสนับสนุนการมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว ทั้งนี้
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แผน Longevity & Wellness ไม่เพียงช่วยตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยในปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้จากผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและโภชนาการจำนวน 2 กลุ่มผลิตภัณฑ์ รวมกันประมาณ 241 ล้านบาท สะท้อนถึงศักยภาพในการต่อยอดนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ และการสร้างคุณค่าร่วมระหว่างธุรกิจและสังคมในระยะยาว
1) กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมสุขภาพและโภชนาการของผู้บริโภคกลุ่มเสี่ยง
เป็นกลุ่มสินค้าได้รับการพัฒนาสูตรเฉพาะเพื่อรองรับความต้องการด้านสุขภาพ มีความเสี่ยงต่อโรค หรือการแพ้อาหาร เช่น สูตรไขมันต่ำ โซเดียมต่ำ ปราศจากแลคโตส และสูตรจากพืช ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และสนับสนุนโภชนาการที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ที่ต้องควบคุมอาหารอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างสินค้ามีดังนี้

2) กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมสุขภาพและโภชนาการของผู้บริโภคที่ต้องการเพิ่มสารอาหาร
เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์นม เนย ชีส และส่วนผสมอาหารที่ได้รับการพัฒนาสูตรให้มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เช่น โปรตีน แคลเซียม และไขมันที่มีคุณภาพ เพื่อสนับสนุนการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ สุขภาพกระดูก และการเจริญเติบโตของร่างกาย เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ เด็ก วัยทำงาน และผู้ที่ต้องการเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการในชีวิตประจำวันอย่างสมดุลและปลอดภัย ตัวอย่างสินค้า ได้แก่

รายได้จากการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ

หมายเหตุ: 1รายได้ของนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ของปี 2565 - 2567 มีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากมีการทบทวนเกณฑ์ในการจัดกลุ่มนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่สอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัท ทำให้มีการปรับรายการสินค้าให้เป็นไปตามเกณฑ์ใหม่
ข้อมูลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ปี 2568 – สรุปผลการดำเนินงานด้านบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ