Frequently Asked Questions
ตอบ ยอดขายของบริษัทใน 6M/2569 สามารถแบ่งตามประเภทผลิตภัณฑ์ ตามช่องทางการจำหน่าย และประเภทธุรกิจ ดังนี้



หมายเหตุ: ตัวเลขอาจไม่สอดคล้องกับการคำนวณที่ทศนิยม 1 ตำแหน่ง เนื่องจากการปัดเศษ
ตอบ ตอบ ใน 6M/2569 ต้นทุนวัตถุดิบคิดเป็นประมาณ 50.8% ของต้นทุนขายรวม (COGS) ของบริษัทฯ โดยวัตถุดิบหลักของบริษัทฯ ได้แก่ น้ำมันเนย/ไขมันนม ชีส น้ำมันปาล์ม แป้งสาลี นมผง และน้ำตาล เป็นต้น
ราคาต้นทุนวัตถุดิบเฉลี่ยในไตรมาส 2/2569 ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2568 และลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2569 โดยแนวโน้มราคาต้นทุนวัตถุดิบในไตรมาส 3/2569 มีแนวโน้มค่อนข้างทรงตัวต่อเนื่องเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2568 และไตรมาส 2/2569 ในขณะที่ราคาต้นทุนวัตถุดิบเฉลี่ยทั้งปี 2569 มีแนวโน้มปรับตัวลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปี 2568 ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นในปี 2569 มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมถึงปัจจัยสนับสนุนจากการจัดซื้อวัตถุดิบเชิงกลยุทธ์ที่เข้มแข็ง การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะสามารถชดเชยการเพิ่มขึ้นของต้นทุนกลุ่มบรรจุภัณฑ์พลาสติกซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 3% ของต้นทุนขายได้
ตอบ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนการผลิตในระดับโลก โดยราคาพลังงานและต้นทุนโลจิสติกส์ที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบให้ต้นทุนราคาบรรจุภัณฑ์กลุ่มพลาสติกและค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งของบริษัทฯ เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม สัดส่วนต้นทุนบรรจุภัณฑ์กลุ่มพลาสติกของบริษัทฯ อยู่ระดับไม่สูงมาก โดยคิดเป็นประมาณ 3% ของต้นทุนขาย และสัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านการขนส่ง คิดเป็นประมาณ 12% ของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
โดยบริษัทฯ มีมาตรการในการลดผลกระทบต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ดังนี้
- การล็อกราคาบรรจุภัณฑ์กลุ่มพลาสติก รวมถึงการประสานงานกับคู่ค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถจัดหาสินค้าและบรรจุภัณฑ์ได้อย่างเพียงพอและต่อเนื่อง รวมถึงสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างเหมาะสม
- การเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้า เช่น การปรับเส้นทางการขนส่ง การบริหารจัดการรวมเที่ยวการจัดส่ง โดยรวบรวมสินค้าที่จะไปใน Route เดียวกันให้มากที่สุด
- การปรับเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดต้นทุนการผลิต และสนับสนุนความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
- การปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมถึงการบริหารต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่ายของทุกหน่วยงานในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ
ตอบ อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (%SG&A to Sales) ในไตรมาส 2/2569 และ 6M/2569 ลดลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์ยอดขาย การบริหารสินค้าคงคลัง ตลอดจนการวางแผนและบริหารกำลังคนอย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้บริษัทฯ สามารถควบคุมและบริหารค่าใช้จ่ายการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
ตอบ บริษัทฯ มีการใช้จ่ายเงินสกุลต่างประเทศ ประมาณ 50% ของต้นทุนขายรวม (COGS) อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยนอย่างระมัดระวัง และมีการป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนโดยการซื้อสกุลเงินต่างประเทศล่วงหน้า (Forward Contract) รวมถึงมีบัญชีเงินฝากสกุลเงินตราต่างประเทศ (Foreign Currency Deposit หรือ FCD) ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
ตอบ บริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์และแบรนด์ที่แข็งแกร่งซึ่งเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดี และได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน รวมถึงมีห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ที่มีความยืดหยุ่น ส่งผลให้สามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้า และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว โดยมีองค์ประกอบต่างๆ ดังนี้
- มีโรงงานผลิตที่ได้การรับรองคุณภาพและมาตรฐานต่างๆ ของอุตสาหกรรมอาหารที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เช่น GHP (Good Hygiene Practice), HACCP, ISO9001 : 2015, ฮาลาล และฮาลคิว
- มีช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลายครอบคลุมทั่วประเทศไทย ทั้งช่องทางการขายให้ผู้ประกอบการ (B2B) ช่องทางการขายให้ผู้บริโภค (B2C) ช่องทางออนไลน์ รวมถึงการส่งออกไปถึง 15 ประเทศ
- มีระบบการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงมีระบบการขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งมีความสำคัญมากสำหรับการรักษาความสดใหม่และคุณภาพของผลิตภัณฑ์
- มีความเป็นเลิศทางด้านนวัตกรรม โดยมีศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม KCG Excellence Center สำหรับการศึกษาค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ รวมถึงความพร้อมด้านห้องปฏิบัติการ อุปกรณ์และเทคโนโลยีต่างๆ ตลอดจนบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เช่น หน่วยงาน RDI (หน่วยงานวิจัย พัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม หรือ Research Development and Innovation)/ Professional Chef ของบริษัทฯ ที่ช่วยพัฒนาสูตรอาหารที่มาพร้อมความอร่อย/ หน่วยงานขายและการตลาดที่เข้าใจความต้องการลูกค้า ซึ่งช่วยให้บริษัทฯ มีความพร้อมในการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าทั้ง B2C และ B2B ได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีความสามารถในการสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ที่ทันต่อกระแสความนิยมของผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ความสามารถให้บริการลูกค้า B2B ได้แบบครบวงจร (Solution Provider) ซึ่งเริ่มตั้งแต่การคิดเมนูและพัฒนาสูตรการผลิตให้กับลูกค้าแต่ละราย การปรับสูตรการผลิตและควบคุมการผลิตให้มีคุณภาพในระดับอุตสาหกรรม ตลอดจนการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตอย่างประสิทธิภาพ
ตอบ บริษัทฯ เป็นผู้นำตลาดในกลุ่มสินค้าทั้งประเภทเนยและชีส โดยผลิตภัณฑ์เนยและสเปรด (Butter and Spreads) มีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 อยู่ที่ 46.5% ผลิตภัณฑ์ชีส (Cheese) มีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 อยู่ที่ 38.9% สำหรับผลิตภัณฑ์บิสกิตหวาน (Sweet Biscuits) มีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 4 อยู่ที่ 6.1%

ตอบ ข้อมูลส่วนแบ่งตลาดที่บริษัทฯ เคยแสดงไว้ในปี 2564 เป็นรายงานที่มีการจัดทำแบบเฉพาะเจาะจงโดย Euromonitor International (Custom Report) โดยครอบคลุมทั้งตลาด B2B และ B2C ในขณะที่ส่วนแบ่งตลาดในปี 2568 ครอบคลุมเฉพาะตลาด B2C เท่านั้น รวมถึงการจัดหมวดหมู่สินค้ามีความแตกต่างกัน เช่น ในปี 2564 แสดงข้อมูลของเฉพาะตลาด Butter แต่ในปี 2568 แสดงข้อมูลตลาด Butter and Spreads ในขณะที่ Biscuits ในปี 2564 เป็นข้อมูลตลาด Plain Biscuits (ซึ่งเป็นหมวดย่อยของ Sweet Biscuits) แต่ในปี 2568 เป็นข้อมูลตลาด Sweet Biscuits
ตอบ สำหรับการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement: FTA) ไทย-สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (European Free Trade Association: EFTA) ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 4 ประเทศ คือ สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์) คาดว่าน่าจะใช้เวลาอีกสักระยะ โดยอัตราภาษีจะทยอยลดลง ไม่ได้ลดลงเป็น 0% ทันที
ทั้งนี้ บริษัทฯ ประเมินว่า FTA กับยุโรป จะไม่ทำให้บริษัทฯ อยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบ เนื่องจากบริษัทฯ เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม มี Cold-chain Logistics มาตรฐานสูงเป็นของตัวเอง ซึ่งทำให้บริษัทฯ มีโอกาสที่จะได้ Partner จากทางยุโรปมากขึ้น ในขณะที่บริษัทฯ ได้มีการเตรียมพร้อมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัตถุดิบจากทางยุโรปไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยรสชาติของผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบจากยุโรปจะมีความแตกต่างจากวัตถุดิบจากทางออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ รวมถึงบริษัทฯ สามารถนำเข้าผลิตภัณฑ์จากยุโรปมาจำหน่ายเพิ่มขึ้นจากที่มีอยู่อยู่แล้วในปัจจุบัน ซึ่งเพิ่มทางเลือกในการนำเสนอสินค้าได้หลากหลายขึ้น และมีโอกาสที่จะได้วัตถุดิบและสินค้าที่มีต้นทุนที่ต่ำลง
ตอบ สหรัฐฯ จัดเก็บอัตราภาษีจากประเทศไทยในอัตรา 12.5% เท่ากับหลายประเทศใกล้เคียง เช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ จีน แม้อัตราภาษีสูงกว่าบางประเทศ เช่น อินโดนีเซีย และมาเลเซีย แต่คาดว่าผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระดับจำกัด ทั้งนี้ บริษัทฯ จะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการจัดเก็บภาษีดังกล่าว เนื่องจากบริษัทฯ ไม่มีการส่งออกสินค้าไปที่สหรัฐฯ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีโอกาสในการนำเข้าวัตถุดิบหรือสินค้าสำเร็จรูปจากสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้น ในกรณีที่อัตราภาษีนำเข้าลดลงจนต้นทุนการนำเข้ามีความเหมาะสม ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการจัดหาวัตถุดิบและสินค้าที่สามารถแข่งขันในตลาดได้มากขึ้น