การจัดการของเสียและมลพิษ
การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในกระบวนการผลิต การขนส่ง และกิจกรรมสนับสนุนตลอดห่วงโซ่คุณค่า มีความเกี่ยวข้องกับการเกิดของเสียและมลพิษทั้งทางน้ำ อากาศ และเสียง ซึ่งหากไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพและคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ ตลอดจนความเสี่ยงด้านการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและการสูญเสียความเชื่อมั่นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ในฐานะประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนที่ต้องได้รับการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เพื่อลดผลกระทบเชิงลบและสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาวควบคู่กับสังคมและสิ่งแวดล้อม
นโยบายและแนวทางการบริหารจัดการ
บริษัทฯ กำหนดนโยบายและแนวทางการจัดการของเสียและมลพิษด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ โดยประยุกต์ใช้ระบบบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ISO 14001:2015 โดยครอบคลุมโรงงานเทพารักษ์ และโรงงานบางพลี คิดเป็นร้อยละ 100 ของจำนวนโรงงานทั้งหมดของบริษัทฯ ในประเทศไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการลดการเกิดของเสียตั้งแต่ต้นทาง การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การวิจัยและพัฒนาเพื่อนำของเสียหรือวัตถุดิบเสื่อมสภาพกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ รวมถึงการควบคุมมลพิษทางน้ำ อากาศ และเสียง ให้เป็นไปตามกฎหมาย มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งนี้ บริษัทฯ มีการปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจตามเป้าหมายด้านความยั่งยืนในระยะยาว บริษัทฯ ดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดเป้าหมายด้านการจัดกฆารของเสียและมลพิษทั้งในเชิงกระบวนการและเชิงปริมาณ เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่มีการกำจัดของเสียด้วยวิธีฝังกลบเป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill) ในปี 2570 พร้อมทั้งกำหนดตัวชี้วัดและรายงานผลการลดปริมาณของเสียต่อหน่วยการผลิตเป็นประจำทุกปี ทั้งนี้ เป้าหมายดังกล่าวได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับทิศทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเป้าหมาย Net Zero ของบริษัทฯ

1. การบริหารจัดการของเสีย
บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการลดการเกิดขยะและของเสียจากกระบวนการผลิตให้เหลือน้อยที่สุด ผ่านแนวทางการบริหารจัดการของเสียตามหลัก 3Rs คือ การลดการเกิดขยะของเสียตั้งแต่ต้นทาง (Reduce) การนำของเสียกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) และการนำของเสียกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) เพื่อลดปริมาณขยะและของเสียที่ต้องนำไปฝังกลบตามเป้าหมาย Zero Waste to Landfill กระบวนการในจัดการของเสียของบริษัทฯ ครอบคลุมทั้งการคัดแยกประเภท การจัดเก็บ การกำจัด การจัดทำบันทึกข้อมูลของเสีย แจ้งต่อหน่วยงานราชการให้เป็นไปตามให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้ง การสร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมให้พนักงานโดยให้มีความรู้ความเข้าใจให้สอดคล้องตามระเบียบปฏิบัติเรื่องการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว รวมถึงการลดของเสียที่เกิดจากการผลิต
ประเภทของเสียและวิธีการจัดการ แบ่งเป็น ดังนี้
- ของเสียอันตราย ซึ่งเป็นสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่มีองค์ประกอบหรือปนเปื้อนสารอันตรายหรือมีคุณสมบัติที่เป็นอันตรายตามที่กำหนดในประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ได้แก่ อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ภาชนะและวัสดุปนเปื้อนน้ำมันหรือสารเคมี สารเคมี น้ำมัน น้ำมันหล่อลื่น และขยะติดเชื้อจากห้องพยาบาล เป็นต้น ซึ่งมีวิธีจัดการโดยการคัดแยกจัดเก็บภายในห้องจัดเก็บขยะอันตรายตามป้ายระบุบ่งชี้ เพื่อรอนำออกไปกำจัดโดยผู้รับกำจัดของเสียอันตรายที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานราชการ ด้วยการนำทำเชื้อเพลิงผสม ฝังกลบแบบปลอดภัย หรือเผาทำลาย สำหรับขยะติดเชื้อ ทำการคัดแยกขยะติดเชื้อเก็บรวบรวมใส่ถุงรัดปากถุงให้มิดชิด และทางบริษัทฯได้ทำสัญญาระบุให้ทางสถานพยาบาลผู้ให้บริการเป็นผู้นำขยะติดเชื้อออกไปกำจัดให้และต้องจัดการให้ถูกต้องตามหลักการและกฎหมายกำหนด
- ของเสียไม่อันตราย ที่เกิดจากทั้งกระบวนการผลิต ได้แก่ กากตะกอน กากตะกอนไขมัน ผลิตภัณฑ์เสื่อมสภาพ น้ำมัน (เศษชีส เศษเนย และเศษแป้ง) บรรจุภัณฑ์วัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ (ปิ๊บหรือถังโลหะ ถังพลาสติก พลาสติก ฟิล์มย่น ถุงพลาสติก) และของเสียทั่วไปจากสานักงานและโรงอาหาร เศษอาหาร เป็นต้น มีวิธีการจัดการโดยการคัดแยกประเภทของเสียเป็นกลุ่มย่อยก่อนรวบรวมทิ้งในจุดต่างๆ ตามป้ายระบุบ่งชี้ เป็นประจำทุกวัน สำหรับรอคัดแยกจำหน่าย เพื่อนำไปรีไซเคิล นำไปทำปุ๋ยหมักหรือเป็นสารปรับปรุงดิน หรือนำไปทำอาหารสัตว์ หรือนำออกไปกำจัดโดยผู้รับกำจัดของเสียที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานราชการ อาทิ คัดแยกทำเชื้อเพลิงหรือ ฝังกลบตามหลักสุขาภิบาล
โครงการดำเนินงานที่สำคัญ
โครงการ Zero Waste to Landfill
บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายลดปริมาณขยะฝังกลบเป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill 100%) โดยในช่วงปลายปี 2565 ได้ปรับเปลี่ยนแนวทางการจัดการของเสียที่โรงงานเทพารักษ์ จากการฝังกลบเป็นการเผาทำลายในเตาเผาขยะ (Incineration) สำหรับของเสียที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ ซึ่งเป็นระบบที่มีการควบคุมการปล่อยก๊าซและเขม่าอย่างเหมาะสมเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เถ้าที่เกิดจากการเผาถูกนำไปฝังกลบตามหลักวิชาการ และสามารถนำพลังงานความร้อนกลับมาใช้ประโยชน์ เช่น การผลิตไอน้ำหรือน้ำร้อน ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ดำเนินการคัดแยกขยะเพื่อรีไซเคิลอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ในปี 2568 โรงงานเทพารักษ์สามารถลดขยะฝังกลบได้เป็นศูนย์ ทั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนขยายแนวทางดังกล่าวไปยังโรงงานบางพลี และครอบคลุมทั้งองค์กรในระยะยาว
โครงการปรับปรุงจัดการลดปริมาณของเสียทั่วไป
เพื่อสร้างวัฒนธรรมด้านสิ่งแวดล้อมภายในองค์กร บริษัทฯ ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมของพนักงาน โดยดำเนินการคัดแยกขยะรีไซเคิล เช่น ขวดพลาสติก ขวดแก้ว และกระป๋องเครื่องดื่ม ภายในโรงงาน เพื่อลดปริมาณของเสียที่ต้องส่งเผาทำลายหรือฝังกลบ นอกจากนี้ ยังมีการคัดแยกถุงพลาสติกจากกระบวนการผลิตและการเตรียมวัตถุดิบที่ไม่ปนเปื้อน รวมถึงของเสียประเภทอื่นที่สามารถรีไซเคิลได้ เพื่อนำไปจัดเก็บและจำหน่ายเข้าสู่ระบบรีไซเคิล ช่วยลดปริมาณของเสียทั่วไปที่ต้องส่งไปเผาทำลายหรือฝังกลบ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรอย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังมีกิจกรรมสำหรับพนักงานเพื่อกระตุ้นจิตสำนึกที่จัดเป็นประจำทุกปี ดังนี้
การคัดแยกของเสียจากกระบวนการผลิตที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้เข้าสู่การจัดการแบบรีไซเคิล

การลดปริมาณสินค้าและวัตถุดิบที่ไม่ผ่านมาตรฐาน
บริษัทฯ ได้พัฒนากระบวนการบริหารจัดการสินค้าที่ไม่ผ่านมาตรฐาน (Non-Conformity Products) อย่างเป็นระบบและร่วมมือกันทั้งองค์กร โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาในแต่ละขั้นตอนการดำเนินงาน และดำเนินการปรับปรุงกระบวนการตั้งแต่ต้นทาง อาทิ การกำหนดวิธีปฏิบัติงานให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน การเพิ่มจุดควบคุมคุณภาพในขั้นตอนสำคัญ การนำระบบ ERP เพื่อวางแผนปริมาณการใช้วัตถุดิบที่เหมาะสมกับความต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำมากขึ้น ควบคู่กับการปรับปรุงเชิงกระบวนการเพื่อลดความสูญเสียทรัพยากรในการผลิตและกิจกรรมต่างๆ
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ส่งเสริมวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมและการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่พนักงานอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดโอกาสให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมในการแจ้งปัญหาและเสนอแนวทางปรับปรุงอย่างสร้างสรรค์ ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันทั้งองค์กร และสามารถป้องกันการเกิดปัญหาซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จากแนวทางดังกล่าว บริษัทสามารถลดปริมาณของเสียจากการดำเนินงาน ทั้งปริมาณวัตถุดิบ แพ็คเกจจิ้ง สินค้าระหว่างกระบวนการ และสินค้าสำเร็จรูป เป็นต้น ได้อย่างมีนัยสำคัญ มีการใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า ลดการแก้ไขงานซ้ำ และลดต้นทุนการผลิต พร้อมยกระดับประสิทธิภาพและคุณภาพของกระบวนการทำงาน อันเป็นรากฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ผลการดำเนินงานของการจัดการของเสียและมลพิษ
ในปี 2568 ปริมาณขยะและของเสียรวมทั้งสิ้น 2,912.8 ตัน ลดลงร้อยละ 8.8 เทียบกับปี 2567 โดยปริมาณขยะส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 99 เป็นขยะและของเสียไม่อันตราย ซึ่งบริษัทฯ ได้มีการจัดการขยะที่ดีขึ้นทำให้ปริมาณของเสียต่อตันการผลิต ลดจาก 81.09 กิโลกรัมต่อตันเป็น 76.19 กิโลกรัมต่อตัน ลดลงคิดเป็นร้อยละ 6 และสัดส่วนการนำของเสียไปรีไซเคิลและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ร้อยละ 84 ของปริมาณของเสียทั้งหมด


2. การจัดการขยะอาหาร
บริษัทฯ จัดทำนโยบายการจัดการการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร (Food Loss & Food Waste Policy) เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการปฏิบัติตามระบบมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร โดยมุ่งลดการสูญเสียอาหารและของเสียจากอาหารในทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิตและการดำเนินงาน เพื่อใช้ทรัพยากรวัตถุดิบให้เกิดประโยชน์สูงสุดและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นโยบายดังกล่าวสอดคล้องกับข้อกำหนดของมาตรฐาน FSSC 22000 ผ่านการกำหนดแนวทางป้องกันตั้งแต่ต้นทาง อาทิ การปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการผลิต การวางแผนการจัดซื้อวัตถุดิบ และการบริหารจัดการสินค้าคงคลังอย่างเหมาะสมเพื่อลดการหมดอายุของสินค้า รวมถึงการสร้างความตระหนักและปลูกฝังจิตสำนึกให้แก่พนักงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่คุณค่าอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ มีมาตรการดังต่อไปนี้
- ลดการสูญเสียอาหาร (Food Loss) ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การจัดเก็บ การขนส่ง และการ จัดการผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด รวมถึงการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งหมด
- จัดการขยะอาหาร (Food Waste) อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
- ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร เพื่อการผลิตที่คุ้มค่า และปรับปรุงกระบวนการทำงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
- สร้างความตระหนักและปลูกฝังจิตสำนึกของพนักงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด
- ติดตาม วัดผล และทบทวนปริมาณการสูญเสียและขยะอาหารอย่างสม่ำเสมอ
- กำหนดตัวชี้วัดด้านการลดขยะอาหาร พร้อมรายงานผลต่อผู้บริหารระดับสูงเป็นประจำทุกเดือน
- กำหนดแนวทางจัดการผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดอย่างปลอดภัย โดยไม่กระทบต่อความปลอดภัยอาหาร
ข้อมูลเพิ่มเติมดูรายละเอียดได้ที่
แนวบริหารจัดการ
การจัดการขยะอาหาร
บริษัทฯ มีการจัดการขยะอาหาร แบ่งตามประเภทของขยะ ดังนี้
- ขยะอาหารจากกระบวนการผลิต ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เสื่อมสภาพที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ เช่น เศษชีส เศษเนย และเศษแป้ง ซึ่งปัจจุบันมีการจัดการโดยคัดแยกเพื่อจำหน่ายสำหรับแปรรูปเพื่อใช้ประโยชน์ เช่น ทำปุ๋ยหรือส่วนประกอบของวัสดุปลูกเพื่อการเกษตร และจำหน่ายเป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์
- ขยะอาหารทั่วไปจากสำนักงานหรือโรงอาหาร เช่น เศษอาหาร ผักและผลไม้ ซึ่งมีสัดส่วนไม่มากเมื่อเทียบกับของเสียจากกระบวนการผลิต บริษัทฯ มีการแยกขยะอาหารที่โรงอาหารของโรงงานบางพลีและโรงงานเทพารักษ์ และนำไปจัดการผ่านเทศบาลเพื่อฝั่งกลบตามหลักสุขาภิบาล
การลดของเสียจากกระบวนการผลิต
บริษัทฯ ตั้งเป้าลดของเสียจากกระบวนการผลิต ภายใต้ระบบบริหารจัดการคุณภาพและแนวทางการบริหารจัดการสินค้าที่ไม่ผ่านมาตรฐาน (Non-Conformity Products) โดยทบทวนและปรับปรุงกระบวนการผลิต การจัดเก็บ และการขนส่งวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และสินค้า Trading อย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมคุณภาพสินค้าให้พร้อมจำหน่ายและลดการเกิดของเสียตลอดห่วงโซ่การดำเนินงาน
ประชาสัมพันธ์ความรู้จากหน่วยงานภายนอกให้กับพนักงาน

ผลการดำเนินงาน
ในปี 2568 ปริมาณขยะอาหารลดลงได้ถึงร้อยละ 46.4 และปริมาณขยะอาหารต่อหน่วยการผลิตลดลงร้อยละ 44.8 เมื่อเทียบจากปี 2567 โดยมาจากการลดปริมาณขยะอาหารที่มาจากการผลิตเป็นสำคัญ

3. การจัดการมลพิษทางอากาศ
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการคุณภาพอากาศทั้งภายในสถานประกอบการและชุมชนรอบข้าง โดยจัดทำแผนบริหารจัดการควบคุมคุณภาพอากาศให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และหาแนวทางพัฒนาระบบ ควบคุมคุณภาพอากาศของบริษัทฯ ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมาย ตรวจวัด และติดตามคุณภาพอากาศ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อการดำเนินงานที่เป็นไปตามกฎระเบียบและสร้างความมั่นใจกับผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงการใช้มาตรการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อควบคุมคุณภาพอากาศให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตลอดที่เป็น มิตรกับสิ่งแวดล้อมมาพัฒนาระบบควบคุมคุณภาพอากาศของบริษัทฯ ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- มาตรการควบคุมมลพิษทางอากาศภายในโรงงาน
บริษัทฯ มีแผนงานในการตรวจสอบดูแลรักษา Preventive Maintenance (PM) ระบบดูดควัน (Hood) ในทุกจุดที่มีการติดตั้งใช้งานภายในบริษัทฯ รวมถึงบอยเลอร์ (Boiler) เพื่อติดตามตรวจเช็คประสิทธิภาพการทำงานของระบบดูดควันในห้องปฏิบัติการ หม้อต้มชีส และบอยเลอร์ เป็นประจำทุกปี ให้พร้อมใช้งานและสามารถกรองอากาศก่อนปล่อยออกสู่ภายนอกโรงงานอยู่เสมอ
- การดำเนินการควบคุมตรวจวัดคุณภาพอากาศที่ปลายปล่องของโรงงานปล่อยออกสู่ภายนอก
บริษัทฯ กำหนดความถี่ในการตรวจวัดคุณภาพอากาศที่ปลายปล่องของโรงงานปล่อยออกสู่ภายนอกปีละ 2 ครั้งตามกฎหมายกำหนด โดยการว่าจ้างห้องปฏิบัติการวิเคราะห์เอกชนที่ได้รับการรับรองความสามารถตามมาตรฐาน ISO/IEC17025 เข้าตรวจวัดคุณภาพอากาศที่ปลายปล่อง เพื่อติดตามตรวจวัดคุณภาพอากาศที่ปลายปล่องของโรงงานปล่อยออกสู่ภายนอก พารามิเตอร์ในการตรวจติดตามผลตรวจวัดอิงตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กําหนดค่าปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกจากโรงงาน ปี 2549 ได้แก่
- ฝุ่นละอองรวม (TSP)
- ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) และก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx as NO2)
ในปี 2568 ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศที่ปลายปล่อง ประจำปี 2568 ของบริษัทฯ เป็นไปตามกฎหมายกำหนดทุกพารามิเตอร์ของโรงงานทั้งสองแห่ง และไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนรอบโรงงาน
4. การบริหารจัดการข้อร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อม
บริษัทฯ มีการดำเนินการรับข้อร้องเรียนอย่างเป็นระบบตามมาตรฐาน ISO 14001: 2015 เพื่อจำแนกและจัดการข้อร้องเรียนแต่ละประเภทได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม และมีการจัดให้มีช่องทางในการรับข้อร้องเรียนที่หลากหลายเพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียที่ได้รับผลกระทบจากมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม สามารถเข้าถึงได้ง่าย แจ้งข้อมูลได้โดยตรงเพื่อทางบริษัทฯได้เข้าไปจัดการแก้ไขได้ทันท่วงที รวมทั้งมีการรวบรวมสรุปผลการแก้ไขข้อร้องเรียนเพื่อรายงานเป็นประจำและนำไปปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
ผลการดำเนินงาน
ในปี 2568 บริษัทฯไม่มีการรั่วไหลของน้ำมันและสารเคมีสู่ภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน อีกทั้ง ไม่พบข้อร้องเรียนด้านของเสีย มลพิษทางอากาศ และมลพิษทางสิ่งแวดล้อมต่างๆ จากชุมชนใกล้เคียง หน่วยงานท้องถิ่น และหน่วยงานภาครัฐ
ข้อมูลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ปี 2568 - สรุปผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม