อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน

บริษัทฯ ได้ตระหนักถึงมาตรฐานการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กร ภายใต้นโยบายการพัฒนาด้านความยั่งยืน ดังนั้น บริษัทฯ จึงมุ่งมั่นในการดูแลพนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนตลอดห่วงโซ่อุปทานที่ปฏิบัติงานให้บริษัทฯ มีสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงานที่ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัย เนื่องจากทุกกิจกรรมล้วนแล้วแต่มีความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้จากทั้งการกระทำที่ไม่ปลอดภัย (Unsafe Action) และสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ไม่ปลอดภัย (Unsafe Condition) อาจส่งผลให้เกิดการเสียชีวิต การบาดเจ็บ การเจ็บป่วย ความเครียดหรือความกดดันภายในสถานปฏิบัติงาน ความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือการหยุดชะงักของกระบวนการผลิตที่สำคัญ จนส่งผลกระทบต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจ ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสียและการแข่งขันทางการค้าของบริษัทฯ

นโยบายและแนวทางการบริหารจัดการ

บริษัทฯ ถือว่าความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทำงาน เป็นองค์ประกอบสำคัญสูงสุดต่อการดำเนินธุรกิจขององค์กร บริษัทฯ จึงกำหนดให้ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยเป็นหนึ่งในกรอบการพัฒนาด้านสังคม ในนโยบายการพัฒนาความยั่งยืน และอยู่ในการกำกับดูแลของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและพัฒนาอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ เพื่อให้นโยบายและกรอบการพัฒนาได้นำมาสู่การปฏิบัติจริงและสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทฯ ได้นำมาตรการระบบการจัดการความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ISO45001:2018 มาปรับใช้ และจัดทำแนวปฏิบัติด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย สภาพแวดล้อมในการทำงาน และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและลดความเสี่ยงสำหรับพนักงานทั้งหมด ผู้บริหาร ตลอดจนบุคคลภายนอกเข้ามาปฏิบัติงานหรือดำเนินกิจกรรมภายในพื้นที่บริษัทฯ

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO45001:2018 (ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย) ครอบคลุมการดำเนินงานของโรงงานผลิตสินค้าทั้ง 2 สาขา คือ สาขาเทพารักษ์ และสาขาบางพลี ตั้งแต่ปี 2567 และได้รับต้องรับการตรวจติดตามผล (Surveillance Audit) เป็นประจำทุกปี และได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน มาเป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบและกำกับให้เป็นไปตามแนวทางที่มาตรฐานกำหนด ดังนี้

  1. ปฏิบัติตามกฎหมายด้านความมั่นคงความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน มาตรการระบบการจัดการความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ISO45001:2018 รวมถึงข้อกำหนดของบริษัทฯ และพันธะสัญญาที่บริษัทฯ ได้ให้ไว้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
  2. ระบุอันตราย ประเมิน และบริหารจัดการความเสี่ยงจากการทำงานอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุ อัคคีภัย สารเคมี ไฟฟ้า และการขนส่ง พร้อมกำหนดมาตรการป้องกันและควบคุมเพื่อลดการบาดเจ็บ การเจ็บป่วยจากการทำงาน และความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิต ทรัพย์สิน กระบวนการผลิต และชุมชนโดยรอบ
  3. จัดให้มีแผนและการฝึกซ้อมการตอบสนองเหตุฉุกเฉิน รวมถึงการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมและลดผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด
  4. ผู้บริหารทุกระดับต้องเป็นแบบอย่างที่ดี แสดงความเป็นผู้นำและความมุ่งมั่นด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย พร้อมสนับสนุนทรัพยากร บุคลากร เวลา งบประมาณ และการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้อง หัวหน้างานทุกระดับจะต้องกระทำตนให้เป็นแบบอย่างที่ดี ผู้ปฏิบัติงานทุกคนต้องรับทราบ เข้าใจและปฏิบัติงานตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด
  5. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการปรึกษาหารือของพนักงานในการระบุอันตราย การเสนอแนะแนวทางปรับปรุง และการพัฒนามาตรการด้านความปลอดภัยในการทำงาน
  6. บริษัทฯ จะสื่อสารผลการดำเนินงานและประสิทธิผลด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งภายในและภายนอกองค์กรอย่างโปร่งใส
  7. ติดตาม ตรวจวัด และประเมินผลการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย รวมถึงการสอบสวนอุบัติเหตุและเหตุเกือบอุบัติเหตุ เพื่อลดการเกิดเหตุซ้ำและนำไปสู่การปรับปรุงระบบการจัดการอย่างต่อเนื่อง
Occupational Health and Safety
ผลการดำเนินงาน
1. การประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย และจัดทำแผนการควบคุมและลดความเสี่ยงจากผลการประเมิน

เพื่อให้มีการดำเนินการด้านอาชีวนามัยและความปลอดภัยอย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ บริษัทฯ มีการนำหลักการชี้บ่งอันตราย และการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย สภาพแวดล้อมในการทำงาน มาใช้หาความเสี่ยง (Risk) และโอกาส (Opportunity) ให้ครอบคลุมทุกกิจกรรมการทำงานของทั้งพนักงานภายในบริษัทฯ ผู้รับเหมาและบุคคลภายนอกที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ของบริษัทฯ ทั้งกิจกรรมที่มีอยู่แล้ว และกิจกรรมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยพิจารณาถึงเหตุการณ์ปกติ และเหตุการณ์ฉุกเฉิน นำมาซึ่งการวางแผนลดระดับความเสี่ยง แผนควบคุมความเสี่ยง และแผนในการปรับปรุงเพิ่มเติมต่อไป ซึ่งการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานจะทำการประเมินเป็นประจำทุกปี

2. การบริหารจัดการกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน

บริษัทฯ มีมาตรการและคู่มือการดำเนินงานด้านความปลอดภัยที่พร้อมต่อสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ รวมถึงอุปกรณ์ความปลอดภัยที่มีอยู่ภายในบริษัทฯ ในกรณีเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้น อาทิ การเตรียมมาตรการป้องกันและรับมืออุบัติเหตุและเหตุการณ์ฉุกเฉิน การฝึกซ้อมรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นการซ้อมแผนอพยพหนีไฟประจำปี การอบรมดับเพลิงขั้นต้น กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในบริษัทฯ ให้กับพนักงานทุกคน การซ้อมสารเคมีหรือท่อส่งก๊าซรั่วไหล กรณีเกิดการหกรั่วไหล ในพื้นที่ที่มีการใช้งานสารเคมีและก๊าช การซ้อมแผนอพยพกรณีแอมโมเนียรั่วไหลในกระบวนการผลิต หรือกระบวนการทำความเย็น ให้กับพนักงานที่ทำงานในพื้นที่นั้นๆ และบริษัทฯ มีการสื่อสารขั้นตอนการอพยพกรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ การเดินสัญจรในพื้นที่บริษัทฯ ให้กับบุคคลภายนอกที่เข้ามาดำเนินกิจกรรม ปฏิบัติงานหรือเยี่ยมชมบริษัทฯ ให้รับทราบทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัย เป็นต้น

  • มาตรการรับมืออุบัติเหตุและเหตุการณ์ฉุกเฉิน

    บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานของพนักงาน ผู้รับเหมาและบุคคลภายนอกที่เข้ามาในบริษัทฯ จึงได้กำหนดกระบวนการและแนวทางในการรับมือเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือเหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ดังนี้

    Occupational Health and Safety
  • มาตรการป้องกันอุบัติเหตุและเหตุการณ์ฉุกเฉินเพื่อลดการเกิดเหตุซ้ำ
    • สอบสวนและวิเคราะห์สาเหตุของอุบัติเหตุและเหตุเกือบเกิดเหตุ เพื่อนำไปกำหนดแนวทางป้องกันอย่างเหมาะสม
    • ทบทวนการระบุอันตรายและประเมินความเสี่ยงซ้ำ พร้อมกำหนดมาตรการควบคุมความเสี่ยงที่ครอบคลุมด้านวิศวกรรม กฎระเบียบข้อบังคับด้านความปลอดภัย และด้านการให้ความรู้
    • ทบทวนขั้นตอนการทำงานและมาตรการงานปลอดภัย เพื่อให้มั่นใจว่ายังคงมีประสิทธิผล
    • ดำเนินการตรวจความปลอดภัยเชิงรุก ทั้งค้นหาอันตราย เหตุเกือบเกิดเหตุ (Near miss) และ อุบัติการณ์ (Incident) พร้อมติดตามการแก้ไขข้อบกพร่อง ทวนสอบประสิทธิผลหลังการปรับปรุง และจัดทำรายงานเพื่อนำไปพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
    • ฝึกซ้อมแผนฉุกเฉิน และสื่อสารสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องผ่านกิจกรรมและสื่อที่เหมาะสม เช่น การพูดคุยเรื่องความปลอดภัยและสุขภาพ (Toolbox talk) การบรรยายสรุปด้านความปลอดภัย (Safety brief) และกิจกรรมวันความปลอดภัย (Safety Day)
  • การฝึกซ้อมรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉิน

    เพื่อสร้างความคุ้นเคยในการปฏิบัติ ทดสอบประสิทธิภาพและปรับปรุงแผนการรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จัดให้มีการฝึกซ้อมรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินเป็นประจำทุกปี เพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ลดความรุนแรงของผลกระทบ และปกป้องชีวิตของพนักงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องภายในบริษัทฯ

    ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินการฝึกซ้อมแผนรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด โดยครอบคลุมครบทุกสถานประกอบการของบริษัทฯ ดังนี้

Occupational Health and Safety
3. การตรวจวัดสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงาน

ดำเนินการตรวจสภาพแวดล้อมความปลอดภัยในการทำงานตามแผนหากไม่ได้ตามมาตรฐานจะทำการปรับปรุงและติดตามอย่างเป็นระบบเพื่อให้มั่นใจว่าสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงานอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพนักงาน ผู้รับเหมา บุคคลภายนอกที่เข้ามาปฏิบัติงาน รวมไปถึงชุมชนรอบข้าง ตามที่กฎหมายกำหนด โดยดำเนินการดังนี้

  1. สำรวจสภาพแวดล้อมในการทำงานแต่ละพื้นที่ที่มีกิจกรรมการทำงานและปัจจัยเสี่ยงในด้านต่างๆ ดังนี้
    • สภาพแวดล้อมทางเคมี
    • สภาพแวดล้อมทางกายภาพ
    • สภาพแวดล้อมทางชีวภาพ

    ซึ่งจะได้ปัจจัยเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น ความร้อน (Heat Stress) ระดับความร้อน WBGT แสงสว่าง (Light) เสียง (Noise) สารเคมี (Chemical Agents) การตรวจวัดและประเมินคุณภาพอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Quality)

  2. กำหนดให้มีการตรวจวัด วิเคราะห์และประเมินผลเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานตามกฎหมายหรือมาตรฐานตามข้อแนะนำของสถาบันหรือองค์กรที่เป็นที่ยอมรับจัดทำรายงานให้ข้อคิดเห็นและเสนอแนะเพื่อการควบคุมป้องกันต่อไป
  3. ส่งรายงานการตรวจสอบให้แก่กรมโรงงานอุตสาหกรรมภายในระยะเวลาที่กำหนด

ปี 2568 บริษัทฯ ดำเนินการจัดให้มีการตรวจสภาพแวดล้อม ความปลอดภัยในการทำงานโดยบริษัทเอกชนที่ได้รับการรับรองระบบมาตรฐาน ISO17025 และได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานอย่างถูกต้อง เพื่อควบคุมและป้องกันให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานและกฎหมายกำหนด

4. การส่งเสริมและการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย

บริษัทฯ มีการดำเนินงานส่งเสริมความปลอดภัยมาโดยตลอด เพื่อมุ่งเน้นให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย โดยมีกิจกรรมการค้นหาอันตราย ดำเนินการผ่านตัวแทนคณะกรรมการความปลอดภัยฯ ของแต่ละพื้นที่การทำงาน ร่วมกันค้นหาความเป็นอันตรายแบบเชิงรุก ของทุกๆ สัปดาห์ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยในพื้นที่การทำงาน และยังมีกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยอื่นๆ เช่น การอบรมความปลอดภัยให้กับพนักงานและผู้รับเหมา กิจกรรมพูดคุยเรื่องความปลอดภัยในช่วงเช้า (Morning Talk) และกิจกรรมรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ให้พนักงานได้มีส่วนร่วม เข้าถึงสื่อความรู้ทางด้านความปลอดภัยในรูปแบบต่างๆ เป็นการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่ดีในองค์กร

  • การอบรมหลักสูตรด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

    ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินการจัดอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นไปตามข้อกฎหมายและข้อกำหนดของบริษัทฯ โดยมีพนักงานและผู้รับเหมาเข้าร่วมการอบรมครบถ้วนคิดเป็นร้อยละ 100 ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายของแต่ละหลักสูตร การอบรมดังกล่าวมุ่งเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความพร้อมในการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย เพื่อลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยจากการทำงานทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดอบรมหลักสูตรสำคัญทั้ง 12 หลักสูตร ดังนี้

Occupational Health and Safety
Occupational Health and Safety
5. การส่งเสริมและสร้างสุขภาพที่ดีของผู้ปฏิบัติงาน

บริษัทฯ ส่งเสริมและต้องการสร้างสุขภาพที่ดีให้แก่พนักงาน ลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยจากการทำงาน โดยบริษัทฯ มีสวัสดิการตรวจสุขภาพประจำปีและดำเนินการตรวจสุขภาพของพนักงานที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย มีพยาบาลประจำห้องพยาบาลของบริษัทฯ เพื่อรักษาพยาบาลเบื้องต้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และบริษัทฯ จัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ เพื่อร่างกายที่แข็งแรงของพนักงาน อาทิ กิจกรรม Talk Therapy กิจกรรม Healthy Hack กินให้ปัง ไม่พังสุขภาพ เป็นต้น

  • การตรวจสุขภาพประจำปี

    บริษัทฯ มีการตรวจสุขภาพแก่พนักงานและลูกจ้างที่ไม่ใช่พนักงาน (Workers who are not employees) เพื่อเฝ้าระวังสุขภาพพนักงานและลูกจ้างที่ไม่ใช่พนักงาน คัดกรองโรคในระยะเริ่มต้น (เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมัน) และลดความเสี่ยงอุบัติเหตุจากการทำงาน

    Occupational Health and Safety

    จากการดำเนินงานข้างต้น ในปี 2568 ไม่พบการบาดเจ็บร้ายแรงจากการทำงาน โดยมีอัตราความถี่ของการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (LTIFR) ของพนักงานอยู่ที่ 2.37 ครั้งต่อล้านชั่วโมงการทำงาน นอกจากนี้ไม่พบกรณีการไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ กฎหมาย หรือข้อกำหนดเกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการดำเนินงานด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดและเป็นไปตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

    อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ทำการสืบสวนหาสาเหตุของแต่ละเหตุการณ์อย่างละเอียด พร้อมดำเนินการตามมาตรการแก้ไขและป้องกันอันตรายอย่างเหมาะสม ทั้งการซ่อมบำรุงเครื่องจักรให้พร้อมใช้งาน การพูดคุยเรื่องความปลอดภัยในช่วงเช้า (Morning Talk) รวมถึงการตรวจสอบอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) และอุปกรณ์ความปลอดภัยให้พร้อมใช้งานอย่างสม่ำเสมอ และการสื่อสารขั้นตอนการทำงานอย่างปลอดภัยเป็นประจำ เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุซ้ำและสร้างวัฒนธรรมการทำงานอย่างปลอดภัยให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

สถิติอุบัติเหตุ อาชีวอนามัย และ ความปลอดภัยของพนักงาน
Occupational Health and Safety

ข้อมูลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ปี 2568 - สรุปผลการดำเนินงานด้านสังคม