การบริหารความเสี่ยงและความต่อเนื่องทางธุรกิจ

ท่ามกลางความไม่แน่นอนและความผันผวนจากปัจจัยภายนอกทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศในปัจจุบันที่ทวีความรุนแรงและมีความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญต่อการบริหารความเสี่ยงและความต่อเนื่องทางธุรกิจ เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ กลยุทธ์และเป้าหมายของบริษัทฯ อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความยืดหยุ่น ให้บริษัทฯ มีความสามารถปรับตัวและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่กระทบต่อการดำเนินงานหลักหรือเป้าหมายขององค์กรทั้งในภาวะปกติหรือในเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ในระยะสั้นและระยะยาวของบริษัทฯ รวมถึงให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียได้อย่างเหมาะสม และลดผลกระทบจากการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่อาจมีต่อสิ่งแวดล้อมและผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่คุณค่า อีกทั้งเพิ่มขีดความสามารถและความยืดหยุ่นในการดำเนินการขององค์กรในการคาดการณ์ การจัดการต่อเหตุการณ์ในอนาคตหรือการเปลี่ยนแปลงจากทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ได้อย่างทันท่วงที

นโยบายและแนวทางการบริหารจัดการ

บริษัทฯ ได้มีการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการความเสี่ยง และนโยบายการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ มีการจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม โดยมีระบบการควบคุมที่ครอบคลุมเพียงพอและมีประสิทธิผลทั่วทั้งองค์กรทำให้องค์กรสามารถบรรลุวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ และเป้าหมายหลักในด้านต่างๆ ได้ ทั้งนี้ นโยบายบริหารความเสี่ยงและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของบริษัทจะถูกทบทวนและอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำทุกปี

เพื่อให้การบริหารจัดการความเสี่ยงขององค์กรมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามมาตรฐานสากล บริษัทฯ ได้นำหลักการบริหารความเสี่ยงตาม COSO-ERM 2017 (The Committee of Sponsoring Organization of the Treadway Commission : Enterprise Risk Management) ที่เน้นการบูรณาการร่วมกับกลยุทธ์และผลการปฏิบัติงาน (Integrating with Strategy and Performance) สำหรับการบริหารความเสี่ยงด้านความยั่งยืน เพื่อให้การบริหารจัดการความเสี่ยงขององค์กรมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมทั้งมีการศึกษาแนวปฏิบัติการบริหารความเสี่ยงด้าน ESG ของ COSO-ERM 2017: Guideline for Applying Enterprise Risk Management (ERM) to Environmental, Social and Governance (ESG) – Related Risks เพื่อให้มีความเข้าใจและสามารถระบุประเด็นความเสี่ยงในมิติด้านความยั่งยืนได้อย่างครบถ้วน และนำมาบูรณาการร่วมกับกลยุทธ์และการจัดการทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โครงสร้างการบริหารความเสี่ยงองค์กร
  • คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้ คณะกรรมการบริหาร กำหนดและทบทวนนโยบายการบริหารความเสี่ยง การกำกับดูแลการบริหารความเสี่ยงองค์กรให้สอดคล้องกับกลยุทธ์และเป้าหมายของบริษัทฯ รวมถึงให้คำแนะนำต่อฝ่ายจัดการเพื่อมีการบริหารและจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่าความเสี่ยงองค์กรได้มีการกำกับดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้ คณะกรรมการตรวจสอบ กำกับติดตามและดูแลให้การบริหารความเสี่ยงเป็นไปตามแผนงานและนโยบายการบริหารความเสี่ยง
  • คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดให้มีการจัดการประชุมร่วมของคณะกรรมการทั้งสองคณะเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อสื่อสารประเด็นด้านความเสี่ยงที่สำคัญและเชื่อมโยงความเสี่ยงกับการควบคุมภายใน พิจารณาให้ความเห็นต่อการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร พิจารณานโยบายการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ และระดับความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้ ตลอดจนให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงก่อนนำเสนอเพื่อให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ รวมถึงรายงานการบริหารความเสี่ยงองค์กรต่อคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำ 2 ครั้งต่อปี
  • คณะกรรมการบริหารได้กำหนดการความเสี่ยงครอบคลุมทุกๆ ด้าน เพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ กลยุทธ์ และเป้าหมายการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โดยความเสี่ยงองค์กรของบริษัทมี 6 ด้าน ได้แก่ ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติการ ความเสี่ยงด้านการเงิน ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบ ความเสี่ยงด้านความยั่งยืน และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ และมอบหมายให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการทำหน้าที่เป็นผู้นำในการบริหารความเสี่ยงองค์กรในระดับฝ่ายจัดการ
  • ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการจัดตั้ง “คณะทำงานด้านความยั่งยืนและบริหารความเสี่ยงองค์กร” โดยมีสมาชิกประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงทุกสายงาน และตัวแทนพนักงาน เพื่อรับผิดชอบในการบริหารความเสี่ยงทั้งด้านธุรกิจและความยั่งยืนควบคู่กัน เพื่อให้เกิดการคล่องตัวในการบริหารและกำหนดมาตรจัดการความเสี่ยงทั้ง Top down และ Bottom up นอกจากนี้ คณะทำงานฯ ทำหน้าที่ระบุปัจจัยความเสี่ยงใหม่ ผลกระทบของความเสี่ยง ทบทวนระดับของความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) ตัวชี้วัดความเสี่ยง (Key Risk Indicators) และติดตามความสำเร็จของมาตรการจัดการความเสี่ยง เพื่อลดโอกาสและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ รวมทั้งเสริมสนับสนุนในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรในการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องให้กับผู้บริหารและพนักงานทั่วองค์กร โดยมีรองกรรมการผู้อำนวยการสายงานพัฒนาความยั่งยืนองค์กร เป็นผู้ขับเคลื่อนและรับผิดชอบในเรื่องความเสี่ยงและความยั่งยืนขององค์กร
  • กระบวนการบริหารความเสี่ยงขององค์กรได้รับการตรวจสอบจากฝ่ายตรวจสอบภายใน และได้รับการสอบทานโดยคณะกรรมการตรวจสอบตามความเหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ มีการจัดการความเสี่ยงอยู่ในระดับที่เหมาะสมและมีประสิทธิผล
  • บริษัทฯ มีการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจและดำเนินการซ้อมแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Managenent) ตามปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญเป็นประจำทุกปี โดยในปี 2568 ได้เพิ่มแผนการจัดการภัยและความเสี่ยงใหม่ อาทิ ภัยแผ่นดินไหว อาชญากรรมทางอาหาร (Food Defense) เป็นต้น และจัดให้มีการซ้อมแผนดังกล่าวในรอบปี
  • บริษัทฯ ยังกำหนดระบบควบคุมความเสี่ยงโดยใช้ Three Lines of Defend Models เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงและการควบคุมมีประสิทธิภาพ โดยด่านแรกกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนมีหน้าที่ในการบริหารความเสี่ยงของตน (First Line) และด่านที่สองกำหนดให้ผู้บริหาร รายงานต่อผู้บริหารสายงาน คณะทำงานบริหารความเสี่ยงองค์กรและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Second Line) นอกจากนี้ ด่านที่สาม (Third Line) กำหนดหน่วยงานตรวจสอบภายในซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระ ดำเนินการตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติงานตามระเบียบ กฎเกณฑ์และนโยบายที่บริษัทฯ กำหนด และระบบบริหารภายในเหมาะสมกับการจัดการกับความเสี่ยง
กระบวนและเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง

บริษัทฯ บริหารจัดการความเสี่ยงองค์กร ตามแนวทางในการบริหารความเสี่ยงตามมาตรฐาน COSO Enterprise Risk Management 2017 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และกำหนดกระบวนการบริหารความเสี่ยงเชิงบูรณาการทั้งด้านธุรกิจและความยั่งยืน โดยให้สอดรับกับกลยุทธ์และเป้าหมายทางธุรกิจ ด้านความยั่งยืน และตามมาตรฐานสากล โดยมีการกำหนดความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้ระดับองค์กร และมีกำหนดตัวชี้วัดความเสี่ยง (Key Risk Indicator: KRI) ในแต่ละปัจจัยความเสี่ยง มีการนำ Bow-Tie analysis มาวิเคราะห์ความเสี่ยงและโอกาส มีการกำหนดมาตรการจัดการความเสี่ยง (Mitigation Plan) รวมทั้งมีการติดตามผลการดำเนินการจากมาตรการจัดการความเสี่ยงเป็นประจำ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถแก้ไขและควบคุมไม่ให้ระดับของความเสี่ยงที่องค์กรมีเกินกว่าค่าที่กำหนดปัจจัยความเสี่ยงต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ

กระบวนและเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง

บริษัทฯ บริหารจัดการความเสี่ยงองค์กร ตามแนวทางในการบริหารความเสี่ยงตามมาตรฐาน COSO Enterprise Risk Management 2017 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และกำหนดกระบวนการบริหารความเสี่ยงเชิงบูรณาการทั้งด้านธุรกิจและความยั่งยืน โดยให้สอดรับกับกลยุทธ์และเป้าหมายทางธุรกิจ ด้านความยั่งยืน และตามมาตรฐานสากล โดยมีการกำหนดความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้ระดับองค์กร และมีกำหนดตัวชี้วัดความเสี่ยง (Key Risk Indicator: KRI) ในแต่ละปัจจัยความเสี่ยง มีการนำ Bow-Tie analysis มาวิเคราะห์ความเสี่ยงและโอกาส มีการกำหนดมาตรการจัดการความเสี่ยง (Mitigation Plan) รวมทั้งมีการติดตามผลการดำเนินการจากมาตรการจัดการความเสี่ยงเป็นประจำ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถแก้ไขและควบคุมไม่ให้ระดับของความเสี่ยงที่องค์กรมีเกินกว่าค่าที่กำหนดปัจจัยความเสี่ยงต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ

กระบวนการบริหารความเสี่ยงขององค์กร

Risk Management Processes and Tools
  1. กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจ ในระดับองค์กร และมีการทบทวนระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) ให้สอดคล้องกับเป้าหมายในการดำเนินงานเป็นประจำทุกปี
  2. ระบุความเสี่ยง ที่ส่งผลกระทบต่อการบรรลุเป้าหมายและกลยุทธ์ขององค์กร ที่เกิดขึ้นแล้วและอาจจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยพิจารณาทั้งปัจจัยภายใน และปัจจัยภายนอก โดยความเสี่ยงองค์กรครอบคลุมทั้ง 6 กลุ่ม ประกอบด้วย ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (Strategic Risk) ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk) ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติการ (Operational Risk) ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฏหมายและกฎระเบียบ (Compliance Risk) รวมถึงความเสี่ยงด้านความยั่งยืน และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging risk)
  3. ประเมินความเสี่ยง วิเคราะห์ความเสี่ยงโดยพิจารณาความสัมพันธ์ของผลกระทบ (Impact) และโอกาสที่จะเกิด (Likelihood) ในการประเมินความเสี่ยง บริษัทฯ มีการทบทวนปัจจัยความเสี่ยงเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายหรือเป้าหมายในกรณีที่เปลี่ยนแปลง และมีการพิจารณาทั้งความเสี่ยงก่อนการควบคุม ความเสี่ยงหลังการควบคุม
  4. จัดลำดับความเสี่ยง โดยพิจารณาจากความสำคัญของเหตุการณ์และปัจจัยเสี่ยงที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อให้เห็นภาพความเสี่ยงทั้งหมดขององค์กรและความเร่งด่วนในการจัดการความเสี่ยง
  5. ตอบสนองต่อความเสี่ยง เป็นการจัดการสาเหตุของความเสี่ยงหรือจัดการผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นของความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ หรือให้เหลือน้อยที่สุด โดยพิจารณาถึงต้นทุนและผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการดำเนินการ
  6. ติดตามผลและรายงาน เป็นการติดตามผลภายหลังจากได้ดำเนินการตามแผนบริหารความเสี่ยง และมีการรายงานผลการบริหารจัดการความเสี่ยงให้กับคณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการบริหารเพื่อให้ความเห็นและแนะนำ ก่อนนำเสนอคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณา เพื่อให้มั่นใจว่าแผนการบริหารความเสี่ยงมีประสิทธิภาพ สามารถจัดการความเสี่ยงที่อยู่ในระดับที่ยอมรับได้อย่างทันท่วงที

การบริหารจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ

ผลกระทบและความสำคัญ

การหยุดชะงักของการดำเนินธุรกิจจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น ภัยธรรมชาติ อัคคีภัย น้ำท่วม การขาดแคลนวัตถุดิบ ปัญหาการขนส่งระหว่างประเทศ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ หรือการระบาดของโรค อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความสามารถในการผลิตและส่งมอบสินค้า ความปลอดภัยของอาหาร ความเชื่อมั่นของลูกค้า ตลอดจนชื่อเสียงและมูลค่าทางธุรกิจของบริษัทฯ หากไม่มีระบบรองรับที่เหมาะสม อาจก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งทางการเงิน ความสัมพันธ์กับคู่ค้า และความเชื่อถือของผู้มีส่วนได้เสีย

ในทางกลับกัน การมีการบริหารจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management : BCM) ที่มีประสิทธิภาพช่วยให้บริษัทฯ สามารถรับมือกับเหตุวิกฤตได้อย่างเป็นระบบ ลดระยะเวลาการหยุดชะงักของธุรกิจ ควบคุมความเสียหาย และรักษาความต่อเนื่องของการดำเนินงานและการส่งมอบสินค้าให้แก่ลูกค้าได้อย่างมีเสถียรภาพ

มาตรการและแนวทางการดำเนินงาน

เพื่อรองรับความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทฯ ได้จัดทำนโยบายและกรอบการบริหารจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ พร้อม คู่มือการบริหารจัดการภาวะวิกฤต (Crisis Management and Response for Business Continuity and Contingency Plan) เป็นระเบียบปฏิบัติในการประเมินความเสี่ยงและระดับความรุนแรงของเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน รวมถึงการกำหนดมาตรการป้องกัน การตอบสนอง และการฟื้นฟู โดยมุ่งให้ธุรกิจสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง ลดผลกระทบหรือความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานจากคู่ค้า และควบคุมความสูญเสียไม่เฉพาะแต่ผลการดำเนินธุรกิจ แต่ยังรวมถึง ความปลอดภัยอาหาร ปกป้องผู้บริโภค ความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า ทรัพย์สิน ภาพลักษณ์และเครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ เพื่อให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติงานได้ถูกต้อง สอดคล้อง และเป็นไปในแนวทางเดียวกัน

บริษัทฯ กำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลภาวะวิกฤตอย่างชัดเจน โดยให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ทำหน้าที่เป็น ผู้บัญชาการเหตุการณ์ (Crisis Director) และแต่งตั้งผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นคณะทำงาน เพื่อร่วมกันบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินตามบทบาทหน้าที่ที่กำหนดไว้

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางการฟื้นฟูหลังเกิดเหตุ และจัดให้มีการซ้อมแผนฉุกเฉินเป็นประจำทุกปี โดยบางกรณีมีการซ้อมร่วมกับลูกค้าและคู่ค้า เพื่อทดสอบความพร้อมของกระบวนการสื่อสาร การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต และการส่งมอบสินค้าในภาวะวิกฤต

  • การฝึกซ้อมแผนอพยพหนีไฟ และเหตุแผ่นดินไหว
  • การฝึกซ้อมแผนสารเคมีรั่วไหล
  • การฝึกซ้อมแผนท่อส่งก๊าซรั่วไหล และหม้อไอน้ำ
  • การฝึกซ้อมแผนแอมโมเนียรั่วไหล
  • การฝึกซ้อมแผนรับมือกับเหตุน้ำท่วม
  • การฝึกซ้อมแผนเกี่ยวกับเหตุที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยอาหาร และสิทธิของผู้บริโภค อาทิ แผนเรียกคืนสินค้ากรณีสินค้ามีปัญหาคุณภาพ อาชญากรรมทางอาหาร เป็นต้น
  • การฝึกซ้อมแผนรองรับในการกู้คืนระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Disaster Recovery Plan: IT DRP)

จากการดำเนินงานตามกรอบดังกล่าว ช่วยให้บริษัทฯ สามารถลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน ควบคุมความสูญเสียทั้งด้านการเงินและการดำเนินงาน รักษามาตรฐานความปลอดภัยอาหาร และปกป้องผู้บริโภค ควบคู่กับการเสริมสร้างความเชื่อมั่นของลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนไม่พบเหตุการณ์หยุดชะงักที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ

การสร้างความตระหนักถึงการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในองค์กร

บริษัทฯ มุ่งหวังในการสร้างวัฒนธรรมในการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร ต้องการให้พนักงานทุกคนในองค์กรมีความตระหนักถึงความเสี่ยงต่างๆ ทุกด้าน ที่เกี่ยวกับการทำงานและทุกธุรกรรมของการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ มีส่วนร่วมและมุ่งมั่นในการผลักดันเรื่องการบริหารความเสี่ยงขององค์กรให้อยู่ในลำดับแรกก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนหรือทำธุรกรรมใดๆ จึงจัดให้มีการสื่อสารกับพนักงาน ดังต่อไปนี้

  • จัดประชุมคณะทำงานด้านความยั่งยืนและบริหารความเสี่ยงองค์กร ในหัวข้อการบริหารความเสี่ยง เพื่อรายงานความเสี่ยงใหม่ประจำปี ความก้าวหน้าแผนการบริหารจัดการความเสี่ยง ติดตามผลการบริหารความเสี่ยง และประเมินความเสี่ยงตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น  ทั้งนี้ในปี 2568 มีการจัดประชุมคณะทำงานบริหารความเสี่ยงองค์กร รวมทั้งหมด 4 ครั้ง
  • จัดประชุมร่วมคณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการตรวจสอบ จำนวน 2 ครั้ง และรายงานการบริหารความเสี่ยงองค์กรให้คณะกรรมการบริษัท จำนวน 2 ครั้ง
  • กำหนดตัวชี้วัดความเสี่ยง (Key Risk Indicator : KRI) ให้สอดคล้องกับเป้าหมายและกลยุทธ์ขององค์กร เพื่อเป็นการเชื่อมโยงการบริหารความเสี่ยงกับการประเมินผลงานของผู้บริหารและพนักงาน
  • บูรณาการตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (Key Performance Indicator: KPI) ของระดับหน่วยงาน (Department KPI) และระดับองค์กร (Corporate KPI) เป็นเครื่องมือในการติดตามการบริหารความเสี่ยง
  • นำตัวชี้วัดความเสี่ยงและตัวชี้วัดความยั่งยืนที่สำคัญบางตัวมาเป็นส่วนหนึ่งของ KPI ขององค์กร หรือของหน่วยงานที่เป็นเจ้าของความเสี่ยง (Risk owner)  รวมทั้งระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) เพื่อให้มีการดำเนินการบริหารความเสี่ยงและความยั่งยืนที่สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กรและหน่วยงาน ซึ่งจะได้รับการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีของผู้บริหารต่อไป  ตัวอย่างเช่น ด้านสิ่งแวดล้อม: การลดการใช้พลังงาน การจัดการของเสีย การจัดการก๊าซเรือนกระจก  ด้านสังคม: ความพึงพอใจของลูกค้า ความปลอดภัยและคุณภาพ การพัฒนาบุคลากร เป็นต้น
  • จัดให้มีวาระแจ้งเพื่อทราบในการประชุมกรรมการหรือผู้บริหาร เพื่อให้การความรู้และอัพเดทข้อมูลกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อกำหนดหรือสถานการณ์ปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับการบริหารความเสี่ยง การกำกับดูแลและการพัฒนาความยั่งยืน
  • จัดให้พนักงานทุกคนสามารถเข้าถึงนโยบายและคู่มือการบริหารความเสี่ยงองค์กร คู่มือการบริหารจัดการเหตุวิกฤตที่ไม่พึงประสงค์กับการดำเนินธุรกิจของบริษัท ผ่านช่องทางสื่อสารภายในของบริษัท อาทิ Intranet, Share drive ของบริษัท และมีการส่งสื่อสารผ่านทาง E-mail 
  • จัดการอบรมหลักสูตร “การบริหารความเสี่ยงองค์กร การควบคุมภายใน การต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน” ให้ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับ เพื่อให้เข้าใจและสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงองค์กร และมีแผนจะขยายจัดการอบรมให้ครอบคลุมพนักงานระดับอื่นๆ
  • จัดการอบรมหลักสูตร “การต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน”
  • สื่อสารนโยบายบริหารความเสี่ยง และนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน
ปัจจัยความเสี่ยงสำคัญ

บริษัทฯ วิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางธุรกิจทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก รวมทั้งผลกระทบด้านความยั่งยืนต่อผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อระบุปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญ รวมถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ พร้อมมีการกำหนดมาตรการในการบริหารความเสี่ยง และติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การติดตามการบริหารความเสี่ยงองค์กรบางความเสี่ยงจะมีความเชื่อมโยงกับการจัดการประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน ซึ่งทำให้บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการทั้งความเสี่ยงด้านธุรกิจและความเสี่ยงด้าน ESG ที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ สิ่งแวดล้อมและสังคม และมีความยืดหยุ่นในการรับมือและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายตามแผนกลยุทธ์ที่กำหนดไว้

โดยสามารถแบ่งกลุ่มความเสี่ยงระดับองค์กรออกเป็น 6 กลุ่ม ดังนี้

Risk Management Processes and Tools

ข้อมูลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ปี 2568 - สรุปผลการดำเนินงานด้านบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ